ล้ว ป๋ายซูจึงถอนหายใจ
“พระสนมพระองค์นี้ปากหวานราวน้ำผึ้งเดือนห้า หากข้าไม่รู้เรื่องมาก่อนคงเผลอคิดว่านายหญิงและนางเป็นพี่น้องแท้ๆ กันอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ”
คนปากหวาน…แต่อาจมีพิษสงร้ายก็ได้
องค์ชายสิบต้องกลายเป็นสติเลอะเลือน หากนางเป็นพระสนมเสียนเฟยแล้วล่ะก็ บางทีอาจเลือกที่จะอดทนต่อคำครหาหรือไม่ก็โวยวายใหญ่โตไปเลย
ไม่รู้เลยว่าเสียนเฟยเหนียงเหนียงจะเลือกทางใด?
เมื่อฟ้าสว่าง หลินเมิ้งหยาจึงพาป๋ายซูกลับเรือน
เมื่อเจินจูและหมาหน่าวเห็นนางกลับมา พวกนางรีบเอ่ยปากสอบถามเสียยกใหญ่ แต่ถึงกระนั้นก็ยังยืนหลบอยู่ที่มุมหนึ่ง มิกล้าเข้ามาเผชิญหน้ากับพวกหลินเมิ้งหยาตรงๆ
“ความชั่วยังไม่บุบสลาย ข้าคิดว่าพวกนางจะปรับปรุงตัวแล้ว ที่ไหนได้ยังเหมือนเดิมไม่ผิดเพี้ยน”
ป๋ายซูแค่นหัวเราะเสียงเย็น หลินเมิ้งหยาทำเพียงหัวเราะตาม
พวกนางมีเจ้านายที่แท้จริงของตนเอง ยิ่งไปกว่านั้นยังมีภารกิจสำคัญให้ต้องทำ ในเมื่อเป็นคำสั่ง ดังนั้นพวกนางจึงมิกล้าขัด
“ไม่ต้องสนใจพวกนาง ถึงอย่างไรเรื่องที่เกิดขึ้นกับองค์ชายสิบเมื่อวานก็เป็นเรื่องราวใหญ่โตแพร่สะพัดไปทั่วแล้ว พวกเราคงปิดเรื่องนี้เอาไว้ไม่มิด เช่นนั้นพวกเราอยู่เงียบๆ กันจะดีกว่า”
หลินเมิ้งหยาพาป๋ายซูกลับเข้าไปในห้องหลัก พูดคุยรับประทานอาหารอย่างสุขอุรา ก่อนจะพาป๋ายซูไปยังสำนักหมอหลวง
เหตุเพราะช่วงนี้สำนักหมอหลวงต้องผลัดเวรกันตลอดเวลา อย่าว่าแต่ใต้เท้าทั้งสี่เลย ขนาดชิวอวี