วังหลวงมีข่าวลือที่เล่าต่อๆ กันมาว่าอ๋องอวี้เป็นคนโหดเหี้ยมอำมหิต ตอนแรกพวกนางคิดจะกล่าวเสี้ยมท่านอ๋องแต่เพียงเท่านั้น คิดไม่ถึงเลยว่าท่านอ๋องจะเชื่อพระทัยพระชายาเช่นนี้
“ทำยังไงดี? หากพระชายารู้เข้า เช่นนั้นพวกเรา…”
หมาหน่าวร้องไห้โฮ สีหน้าของเจินจูขมขื่นไม่แพ้กัน
“อย่าร้องไห้ แม้พระชายาจะรู้ แต่ก็คงไม่ทำอะไรพวกเราหรอก พระชายารู้ว่าพวกเราเป็นคนสอดแนม ดังนั้นนางย่อมไว้หน้าฮองเฮาและไว้ชีวิตพวกเราอย่างแน่นอน”
เจินจูพยายามสงบสติอารมณ์ นางไม่กลัวหลินเมิ้งหยาจะมาคิดบัญชีกับพวกนาง อย่างมากก็คงถูกพระชายาเอาคืนเล็กๆ น้อยๆ แต่ถ้าหากนางทำเรื่องเกินควรแล้วล่ะก็ พวกนางจะขอร้องให้ฮองเฮาออกหน้าแทน
หลงเทียนอวี้เบนสายตามองทางตำหนักของฮ่องเต้ ทั้งที่ตอนนี้เป็นช่วงเวลากลางวัน แต่องครักษ์กลับมีมากกว่าตอนกลางคืนมาก
ฮองเฮาเป็นเป็นจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ไม่ผิดแน่
โชคดีที่ระยะทางระหว่างตำหนักชิงกงและสำนักหมอหลวงไม่ไกลกัน เพียงเขาทอดสายตามองก็เห็นหมอหลวงเดินเข้าๆ ออกๆ ประตู
คำถามเกิดขึ้นในใจ เมื่อลองไตร่ตรองคำพูดของนางในคนเมื่อครู่ดูแล้ว เขาเองก็อยากรู้ว่าเมื่อคืนนางหายไปไหน
สำนักหมอหลวงล้วนมีแต่ผู้ชาย นี่นางไม่กลัวอันตรายเลยอย่างนั้นหรือ?
ความหึงหวงเริ่มแผ่ซ่าน แม้แต่หลงเทียนอวี้เองก็ไม่รู้ว่าความรู้สึกเช่นนี้คืออะไรกันแน่
ไม่มีหมอในสำนักหมอหลวงคนใดไม่รู้จักหลงเทียนอวี้ ทันทีที่เขามาถึง พวกหมอหลวงล้วนออกมาต้อนร