้นางทำอะไรได้ง่ายๆ อย่างแน่นอน
ดูเหมือนนางจะต้องออกแรงอีกสักนิดกว่าจะได้เข้าเฝ้าฮ่องเต้
ครึ่งวันต่อมา หลินเมิ้งหยาอ่านหนังสือจนเหนื่อยล้า ป๋ายซูจึงพานางไปเดินรอบสวนของสำนักหมอหลวง สวนแห่งนี้ได้รับการดูแลโดยหมอหลวง ดังนั้นจึงเต็มไปด้วยพืชสมุนไพร
หลินเมิ้งหยาใช้ระบบเซินหนงในการวิเคราะห์จำแนกยา ผลปรากฏว่าข้อมูลส่วนใหญ่เหมือนถูกคัดลอกออกมาจากสมอง
ยาเหล่านี้มีบางส่วนเป็นยาถอนพิษ อีกทั้งยังมียาสมุนไพรที่ถูกปลูกขึ้นมาใหม่ หลินเมิ้งหยาเดินไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ลำธารเล็กๆ สายหนึ่ง หลินเมิ้งหยาหยุดฝีเท้าลง
นี่…อะไรกัน?
เมื่อครู่นางกวาดสายตาไปรอบๆ โดยมิได้ตั้งใจ ทว่ากลับสะดุดตาที่ยาสมุนไพรต้นหนึ่งซึ่งขึ้นอยู่บริเวณมุมกำแพง
สมุนไพรชนิดนี้ไม่ควรปลูกอยู่ท่ามกลางสมุนไพรชนิดอื่น นี่หรือว่าพวกหมอหลวงไม่ทันระวัง?
“พระชายา? พระชายา?”
ดึงสติกลับมา หลินเมิ้งหยาพลันได้เห็นใบหน้านวลอ่อนเยาว์ของใครคนหนึ่ง
อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเสี่ยวอวี้ ยกยิ้มเขินอาย ส่งเสียงเรียกนางด้วยความระมัดระวัง
“โอ้ ขออภัย ข้าเหม่อลอยเล็กน้อย ไม่ทราบว่าเจ้าคือ…”
เด็กคนนี้ใส่ชุดหมอหลวงฝึกหัดสีขาว แต่กลับไม่สะดุดตา
หลังจากหลินเมิ้งหยาหันมาสบตากับตนเอง ใบหน้าของเขาแดงระเรื่อ ก่อนจะก้มหน้างุด
“ข้าน้อยชื่อเสี่ยวเฟิง เป็นหมอหลวงฝึกหัดอยู่ในสำนักหมอหลวงขอรับ เมื่อวานท่านเจ้าสำนักซูเอ่ยว่าเขากลัวพระองค์อาจไม่คุ้นชินนักกับการต้องอยู่ท