พลิกมือกลับไปกุมมือป๋ายซู ท่ามกลางอากาศยามค่ำคืนอันแสนหนาวเหน็บ ทั้งสองมอบความอบอุ่นให้กันและกัน
“ไม่เป็นไรหรอก ชายคนนี้มีวาสนากับข้า ยิ่งไปกว่านั้นยังเคยช่วยเหลือข้าเอาไว้ ข้าคิดว่าเขาน่าจะเป็นคนดี ดูเถิด ไม่ว่าเจ้า พวกป๋ายจี หรือแม่กระทั่งเสี่ยวอวี้ ทุกคนล้วนมีวาสนาต่อกัน พวกเราจึงกลายมาเป็นครอบครัวเดียวกันมิใช่หรือ”
ป๋ายซูถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ หลังจากนางสนิทสนมกับนายหญิง นางเพิ่งรู้ว่านายหญิงหาใช่พวกชอบยกตนข่มท่าน
แม้จะลงมือกับศัตรูโดยไร้ซึ่งความปรานี แต่นางกลับปฏิบัติต่อคนที่ตนเองเป็นห่วงด้วยความอบอุ่นอ่อนโยน
ฉะนั้นคนที่อยู่รอบกายนางล้วนแล้วแต่สามารถยอมสละชีวิตเพื่อนางได้
เพียงแต่นายหญิงไม่สังเกตเห็นเรื่องนี้เองก็เท่านั้น
“ก่อนที่นายน้อยจะจากไป เขาสั่งให้ข้าปกป้องนายหญิงด้วยชีวิต แต่เมื่อครู่หลังจากได้ฟังคำบอกเล่าของท่านหมอชิว เกรงว่าสำนักหมอหลวงจะมิใช่สถานที่ที่จะใช้ชีวิตอยู่ได้ง่ายๆ เลยเจ้าค่ะ”
หลินเมิ้งหยารู้แจ้งแก่ใจถึงสิ่งนี้นานแล้ว
หากมองข้ามเรื่องยมบาลทั้งสี่นั่นไป เกรงว่าแม้แต่เจ้าสำนักหมอหลวงอย่างซูถงเองก็มิใช่คนธรรมดาอย่างที่คิด
แม้เขาจะแสดงท่าทางสนิทสนมเข้าถึงง่าย แต่นางมองออกว่าพวกหมอหลวงต่างรู้สึกเคารพเลื่อมใสเขาเป็นอย่างมาก คาดว่าแม้แต่พวกยมบาลทั้งสี่เองก็เห็นแก่หน้าซูถงเช่นเดียวกัน
หลินเมิ้งหยาเริ่มวางแผนบางอย่างในใจ
ที่ใดมีมนุษย์ ที่นั่นย่อมมีการต่อสู้ ยิ่งสำน