ักหมอหลวงวุ่นวายมากเท่าไรก็ยิ่งดี เหตุเพราะนางจะสามารถจับปลาในน้ำขุ่นได้อย่างไรเล่า
แม้อากาศยามค่ำคืนจะเย็นชื้น แต่กลับไม่เย็นยะเยือกเท่าจิตใจของคน
สำนักหมอหลวงที่เคยเสียงดังอึกทึกพลันเงียบสงบเมื่อถึงช่วงเวลายามค่ำคืน นอกจากหมอหลวงที่เดินทางมาเข้าเวรยามแล้ว พวกคนที่เหลือต่างกลับไปพักผ่อนที่จวน
ภายในสำนักหมอหลวง
ซูถงและเจียงข่ายนั่งล้อมเตาไฟ ทว่าใบหน้าของชายสองคนผู้ซึ่งผ่านประสบการณ์มาอย่างโชกโชนกลับเคร่งขรึม
“วันนี้เจ้าได้เห็นกับตาแล้วว่าชายาอวี้หาใช่คนธรรมดาไม่ เกรงว่านางจะเป็นคนที่พวกเรารับมือด้วยยากเสียแล้ว”
ซูถงนั่งข้างเตาไฟ เปลวไฟสีส้มสะท้อนใบหน้าเย็นชาของเขา
“ฮึ ก็แค่เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมเท่านั้น แม้จะได้รับการสั่งสอนจากหลินมู่จือและอ๋องอวี้ แต่ถึงกระนั้นนางก็ยังเป็นพวกอ่อนหัด นางแสดงวิชาควบคุมเข็มออกมาให้เห็นง่ายๆ ทั้งที่ควรจะเก็บซ่อนเอาไว้ หรือเจ้ากลัวคนชอบโอ้อวดโอหังเช่นนี้หรือ?”
เจียงข่ายยังคงเคยชินกับการแสดงออกทางอารมณ์ ปรายตามองซูถง แสดงท่าทางดูแคลน
ราวกับว่าเคยชินกับอารมณ์ร้อนของเจียงข่ายแล้ว ซูถงมิได้เก็บมาใส่ใจ แต่เขากลับหยิบกาน้ำที่ถูกทำให้ร้อนแล้วมาเทใส่ถ้อยชาของตนเอง ก่อนจะเอ่ยเสียงเนิบนาบ
“นางมิได้น่ากลัวแต่อย่างใด แต่การที่หลินมู่จือและอ๋องอวี้ส่งนางเข้ามาในวังหลวง เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเตรียมการเอาไว้อย่างดีแล้ว เจ้าอย่าได้ประมาท อย่าลืมว่าหากนับตามลำดับญาติแล้