ว นางควรต้องเรียกเจ้าว่าน้าชาย”
ราวกับว่าประโยคนี้ของซูถงกระแทกเข้าที่หัวใจของเจียงข่าย เขารู้สึกไม่อยากนึกถึงเรื่องราวในอดีตเลยแม้แต่น้อย
สบถเสียงเย็นในลำคอ ก่อนที่ดวงตาคู่นั้นจะวาวโรจน์ด้วยความโทสะ
“สกุลเจียงเปรียบเสมือนม้าตีนปลาย พระอาการประชวรของฮ่องเต้รุนแรงมากขึ้นทุกวัน หากวันหนึ่ง…ไม่ว่าพระสนมเต๋อเฟยหรือสกุลเจียงหมดความสำคัญ เมื่อถึงวันนั้นข้าจะแย่งสิ่งที่สกุลเจียงติดหนี้แค้นข้ากลับมาให้หมด”
เหตุเพราะความโกรธ ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวและแข็งทื่อ
ตอนนี้ท่าทางของเจียงข่ายมิได้ใกล้เคียงกับหมอที่ช่วยชีวิตผู้อื่นจากความตายเลยแม้แต่น้อย
ราวกับว่าไม่อยากเอ่ยถึงสิ่งเหล่านี้อีกต่อไป เจียงข่ายลุกขึ้น ก่อนจะเดินจากไป
เหลือเพียงซูถงเพียงคนเดียว สายตาของเขายังคงจับจ้องก้อนถ่านสีแดงฉานตรงหน้า
ซูถงที่ยั่วยุอารมณ์ของเจียงข่ายได้สำเร็จแล้วยังคงแสดงท่าทางเคร่งขรึมราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น
คนที่สามารถก้าวขึ้นมาอยู่ที่ตำแหน่งนี้ได้ย่อมมีเรื่องที่ค้างคาใจกันทั้งสิ้น
หากทุกคนเป็นเหมือนกับเจียงข่ายที่มักจะผูกใจเจ็บกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง คาดว่าคงไม่มีใครสามารถทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้
แต่ว่า…เจียงข่ายก็ยังมีประโยชน์ ดูท่าเขาต้องใช้เจียงข่ายมาทดสอบชายาอวี้สักหน่อยแล้ว
ถอนหายใจเบาๆ ดูท่าจากนี้ไปวังหลวงจะต้องพบเจอแต่เรื่องยุ่งยากเสียแล้ว
หลับสนิทฝันหวานตลอดคืน หลินเมิ้งหยาค่อนข้างมีความสามารถในการปรับตัว
เหตุเ