พราะเมื่อวานนางจัดการเจินจูและหมาหน่าวจนอยู่หมัด ดังนั้นเช้านี้พวกนางทั้งสองจึงรีบเข้ามาประคองตนเองล้างหน้าเปลี่ยนเสื้อผ้า
สีหน้าของเจินจูยังคงขาวซีด ขอบตาดำคล้ำ ชำเลืองมองหลินเมิ้งหยาด้วยความหวาดกลัว ราวกับว่านางคือปีศาจที่ผุดขึ้นมาจากนรก
“เจ้า…”
หลินเมิ้งหยาอ้าปากส่งเสียง มือของเจินจูสั่นเทิ้มจนหวีที่กำลังสางเส้นผมของหลินเมิ้งหยาร่วงหล่นลงพื้น
ราววกับถูกข่มขู่จนหวาดผวา หยาดน้ำตาไหลนองเปรอะเปื้อนใบหน้า ทรุดตัวลงคุกเข่าพร้อมทั้งโขกศีรษะลงบนพื้นต่อหน้าหลินเมิ้งหยา
“พระชายาได้โปรดไว้ชีวิตด้วยเพคะ…หนู่ปี้…หนู่ปี้ไม่ได้ตั้งใจ พระชายาได้โปรดไว้ชีวิตด้วย!”
หลินเมิ้งหยาเกือบหลุดขำพรืดขณะมองดูเจินจูซึ่งกำลังใช้ศีรษะโขกพื้นไม่หยุด ดูเหมือนนางจะสร้างภาพความทรงจำอันแสนเลวร้ายให้กับเจินจูไปเสียแล้ว
“เจ้าลุกขึ้นก่อนเถิด ข้าหาได้คิดอยากฆ่าแกงเจ้าไม่ เรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องเล็ก ข้าไม่เอาผิดเจ้าหรอก”
ป๋ายซูยืนจ้องอยู่ด้านข้างตาไม่กะพริบ ใบหน้างดงามท่าทางเย็นชา ไม่ว่าใครก็ไม่อยากเข้ามาตอแย
เจินจูหวาดผวาอย่างหนัก หลินเมิ้งหยาทำอะไรไม่ได้นอกจากเรียกหมาหน่าวซึ่งซ่อนตัวอยู่อีกฝั่งมาประคองเพื่อนของนางออกไป
หลินเมิ้งหยามีพรสวรรค์ในการใช้คน โดยเฉพาะคนที่ถูกข่มขู่เรียบร้อยแล้ว การมีพวกนางสองคนมารับใช้ทำให้นางกับป๋ายซูรู้สึกเหมือนมีของเล่นฆ่าเวลา
“พวกเจ้ามีประสบการณ์การอยู่ในวังหลวง แม้ข้าจะไม่ใช่คนดีเท่าไ