ชา”
ฮองเฮาผงกศีรษะลงด้วยความพึงพอใจ ตอนนี้ร่างของพระญาติถูกเคลื่อนย้ายออกไปหมดแล้ว ความอันตรายหมดสิ้นไป แต่ถึงกระนั้นก็ยังไร้วี่แววของหลงเทียนอวี้
หลินเมิ้งหยาสงบสติอารมณ์ ไม่ว่าใครจะพูดกล่าวหาเช่นไร แต่นางยังคงสั่งห้ามสาวใช้ของตนเองมิให้ตอบโต้
มีหลายคนที่เปลี่ยนแปลงความคิดและมั่นใจว่านางจะต้องถูกใส่ร้ายอย่างแน่นอน
มีเพียงเหล่าพระญาติที่คนในครอบครัวถูกฆ่าตายเท่านั้นที่มองนางด้วยความโกรธแค้น
นางไม่สนใจพวกเขาก็เพียงพอแล้ว คนที่รักต้องมาตายต่อหน้า จะโกรธก็มิใช่เรื่องแปลก ตอนนี้พวกเขาคงไม่คิดให้อภัยอย่างแน่นอน
“ท่านอ๋องกลับมาแล้ว ท่านอ๋องกลับมาแล้ว”
นอกตำหนัก ไม่รู้ว่าเสียงของใครร้องตะโกนออกมา
จากนั้นร่างสูงโปร่งพลันปรากฏต่อหน้าทุกคน
เสมือนก้อนหินที่ทับหัวใจอยู่ถูกยกออก
เขามิได้สวมชุดเกราะ แต่กลับสวมใส่ชุดพิธีการที่ขาดรุ่งริ่ง หน้าผากชุ่มไปด้วยเหงื่อ ราวกับเพิ่งไปทำบางสิ่งบางอย่างมา
เมื่อกลับมาถึงตำหนักฉงชิ่ง เขาเห็นพื้นที่เต็มไปด้วยร่างไร้วิญญาณ คิ้วขมวดเข้าหากันแน่น
แต่หลังจากเห็นว่าหลินเมิ้งหยาปลอดภัย หัวคิ้วของเขาจึงคลายลง
“หมู่โฮ่วได้โปรดลงโทษ กระหม่อมมาช้าไป เมื่อครู่กระหม่อมได้รับข่าวว่าตำหนักชิงกงถูกไฟไหม้ ดังนั้นจึงรีบไปดับไฟเพื่อช่วยชีวิตเสด็จพ่อ คิดไม่ถึงเลยว่าพวกคนเลวเหล่านั้นจะกระทำการอุกอาจเช่นนี้ หมู่โฮ่วได้โปรดให้อภัยกระหม่อมที่มาช้าด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
คำพูดของหลงเทียนอวี้ทำ