วงเสียอีก”
ป๋ายจื่อจ้องมองทางด้านนอกนิ่ง แต่สายตาของหลินเมิ้งหยาพลันเหลือบเห็นเงาหนึ่งลับหายไปจากตำแหน่งข้างกายฮองเฮา
นางคือนางในที่ได้รับความไว้วางใจจากฮองเฮามาก เหตุใดจึงทำท่าทางลับๆ ล่อๆ เช่นนั้น?
หลินเมิ้งหยาเหลือบมอง ก่อนจะกระตุกแขนเสื้อของป๋ายจื่อเพื่อส่งสัญญาณให้นางระวังตัว
ผลปรากฏว่าไม่นานก็ได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวายจากทางด้านนอก ขันทีคนหนึ่งวิ่งเข้ามาด้วยท่าทางตื่นตระหนก
“ทูลฮองเฮา ตำหนักชิงกงของฮ่องเต้ไฟไหม้พ่ะย่ะค่ะ! ตอนนี้ทหารหลวงกำลังเข้าไปคุมเพลิง”
ตำหนักของฮ่องเต้ไฟไหม้? บังเอิญอะไรขนาดนี้ หรือจะเกี่ยวข้องกับดอกไม้ไฟนี่ด้วย? หลินเมิ้งหยาครุ่นคิด แต่ยังไม่ทันที่จะคิดอะไรออก จู่ๆ ประตูตำหนักฉงชิ่งพลันถูกถีบเข้ามาอย่างแรง
ชายชุดดำจำนวนมากพุ่งตัวเข้ามา หลินเมิ้งหยาเลิกคิ้วขึ้น นี่พวกเขากำลังจะทำอะไรอย่างนั้นหรือ?
“บังอาจ นี่คือวังหลวง หากใช่ที่สำหรับคนเลวอย่างพวกเจ้าไม่”
องครักษ์รีบชักดาบออกมา ก่อนจะพุ่งตัวเข้าหาพวกชายชุดดำ
แต่เห็นได้ชัดว่าฝีมือการต่อสู้ของพวกเขาดีกว่าองครักษ์มาก เวลาเพียงไม่นาน เหล่าองครักษ์ซึ่งทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยพลันล้มตายเกลื่อนกลาด
“ปกป้องนายหญิง รีบหนีเร็ว”
ป๋ายซูถูกริบอาวุธไปหมด ในช่วงเวลาคับขัน นางทำได้เพียงหยิบแจกันดอกไม้มาถือไว้ในมือ ก่อนจะดันหญิงสาวทั้งสี่ไปไว้ทางด้านหลัง
เหล่าชายชุดดำต่างมีท่าทางโหดเหี้ยม ยิ่งไปกว่านั้นภายในตำหนักยังมีเพี