้าด้วยเจ้าค่ะ”
เหตุเพราะมีผ้าม่านกั้น ดังนั้นหลินเมิ้งหยาจึงมองไม่เห็นผู้ที่อยู่ด้านนอก กระตุกร่างชิงหูเล็กน้อย อีกฝ่ายเข้าใจได้ในทันที ดังนั้นเขาจึงเอ่ยแทนนาง
“สวนด้านหลังย่อมมีกฎระเบียบ ในเมื่อเจ้ามิได้รายงานก่อน เช่นนั้นแสดงให้เห็นว่าเจ้าบกพร่องในหน้าที่ ไม่ว่าอย่างไรลูกค้าก็ถูกเสมอ อีกประเดี๋ยวเจ้าจงไปรับโทษ”
เสียงทุ้มต่ำเจือไว้ซึ่งความเย็นชา
หยุนจู๋รบทรุดตัวลงกับพื้น ร่างกายสั่นเทาเสมือนกำลังหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง ทั้งสองแสดงละครอย่างสมจริง คนหนึ่งแสดงท่าทางโอหังและโกรธเกรี้ยว ส่วนอีกคนกำลังตัวสั่นงันงกเพราะความหวาดกลัว
คาดว่าต่อจากนี้ไปทุกคนจะต้องคิดว่าเจ้าสำนักเป็นคนที่มิควรเข้ามายุ่มย่ามด้วยอย่างแน่นอน
“เจ้าค่ะ ข้าน้อยสำนึกผิดแล้ว”
หยุนจู๋เงยหน้าขึ้น ส่งเสียงสั่นเครือ
“ขออภัย ไม่ทราบว่าลูกข้าท่านนี้ต้องการทำการค้าเช่นใดกับข้าอย่างนั้นหรือ?”
หยุนจู๋ถอนตัวออกไป ร่างของคนที่อยู่ด้านนอกจึงขยับเข้ามาใกล้
อยู่ๆ หลินเมิ้งหยาก็รู้สึกคุ้นเคยกับเงาด้านนอกอย่างบอกไม่ถูก
ผลปรากฏว่าเมื่อเสียงของอีกฝ่ายดังขึ้น หลินเมิ้งหยารู้สึกกระวนกระวายเป็นอย่างมาก
“ข้าอยากรู้ว่าบนโลกใบนี้ยังมีหมอเทวดาอีกมากน้อยเพียงใด ยิ่งไปกว่านั้น ข้าหวังว่ากลุ่มสามสหายจะช่วยข้าตามหาหมอเทวดาเหล่านั้น ไม่ว่ากลุ่มสามสหายอยากได้ค่าตอบแทนเท่าไร ข้าก็พร้อมจ่าย”
หลงเทียนอวี้ ! หัวใจของหลินเมิ้งหยาเต้นระรัว
เหตุใดจึงเป็นเข