“จะเชื่อหรือไม่ก็สุดแล้วแต่เขาจะคิด หากเขาหาตัวแทนข้าได้ เช่นนั้นข้าก็ไม่ต้องเข้าวังหลวงมิใช่หรือ?”
หลินเมิ้งหยามิได้โกรธ แต่กลับเหยียดยิ้มกว้างราวกับว่ามิได้ใส่ใจแต่อย่างใด
“ตอนนี้ฟ้าใกล้มืดแล้ว พวกเรากลับกันเถิด หยุนจู๋ ข้าคงต้องฝากเจ้าดูแลที่นี่ หากต้องการให้ข้ามา เช่นนั้นจงสั่งให้คนงานคนนั้นไปตามข้าเถิด เจ้าทำงานได้ไม่เลว คนงานคนนั้นมีไหวพริบและฉลาดเฉลียวยิ่งนัก”
หยุนจู๋ก้มหน้าลงโค้งคำนับ นางเป็นผู้คัดสรรคนงานใหม่คนนั้นเองกับมือ
แม้พ่อของป๋ายจีจะมีความฉลาดเฉลียว แต่เขาไม่รู้เรื่องของเจียงหู หากประสบพบเจอเข้ากับคนพาล เช่นนั้นเขาจะเดือดร้อน
คนงานใหม่คนนั้นมีวิทยายุทธค่อนข้างสูง ซ้ำยังเป็นคนฉลาดเฉลียว เขาจะต้องมีประโยชน์มากในอนาคต
เดินออกจากสวนด้านหลัง หลินเมิ้งหยานั่งขดตัวภายในรถม้า หัวใจว้าวุ่น
ตกลงหลงเทียนอวี้คิดอะไรอยู่กันแน่? หรือเขาไม่เชื่อใจทักษะการรักษาของนางกัน?
หรือเรื่องที่จะส่งนางเข้าวังเป็นเพียงมุกตลกแต่เพียงเท่านั้น คนที่จะเข้าไปดูแลพระอาการประชวรของฮ่องเต้จริงๆ จะต้องเป็นหมอเทวดา ?
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอันใด หัวใจของหลินเมิ้งหยาเผยร่องรอยความรู้สึกเหมือนถูกลดทอนความเชื่อใจ
ช่างเถิด หลงเทียนอวี้คงทำไปเพื่อป้องกันมิให้เกิดข้อผิดพลาด
ยิ่งไปกว่านั้น แม้นางจะเชี่ยวชาญด้านยาพิษ แต่สำหรับโรคอื่นๆ ยังต้องใช้เวลาในการตรวจสอบอาการ
ทั้งสองมุ่งหน้าไปยังร้านสามสหายเพื่อไปรับสาวใช้ท