“นายท่านทั้งสอง นายท่านทั้งสอง อย่าทำเช่นนั้นขอรับ”
สายตาพลันเหลือบเห็นชายหนุ่มทั้งสองยื้อยุดฉุดกระชากกันนัวเนีย หลินขุยตกใจจนต้องรีบเข้าไปสงบศึก
หลงเทียนอวี้เอี้ยวตัวหลบไปทางด้านขวาเพื่อมิให้ลู่หนิงแตะต้องตัวเขาได้
ทว่าลู่หนิงกลับคำรามด้วยแรงอารมณ์ เขาประกาศกร้าวว่าจะถอดเสื้อผ้าของหลงเทียนอวี้ให้ได้
ขณะนี้ห้องอ่านหนังสืออันแสนกว้างขวางถูกชายหนุ่มทั้งสองวิ่งหนีไล่ต้อนกันพัลวัน
“เจ้าเหรินเยาโรคจิต ! รีบหยุดมือเดี๋ยวนี้ ! ตำหนักฉินหวู่ของข้าหาใช่บ้านของเจ้า”
หลงเทียนอวี้กล่าวเสียงแข็งกระด้างด้วยความโกรธเกรี้ยว เห็นได้ชัดว่าลู่หนิงเพิ่งจะเข้ามาโจมตีเขาด้วยแขนข้างหนึ่ง
“ข้าเป็นหมอ หากเจ้าไม่เคารพผู้หลักผู้ใหญ่ เช่นนั้นก็สมควรถูกลงโทษ หากวันนี้ข้าไม่หักกระดูกเจ้าแล้วล่ะก็ อย่าเรียกข้าว่าลู่หนิง !”
ข้าวของที่ถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบหล่นกระจัดกระจายเต็มพื้น
ความโกรธเกรี้ยวของทั้งคู่ราวกับเปลวไฟที่กำลังลุกโชน เสียงขู่คำรามดังฮึ่มฮั่ม ใบหน้าของหลินขุยเริ่มบึ้งตึง
แต่เจ้านายทั้งสองกลับยังไม่ยอมหยุดมือ
ถอนหายใจอย่างหนักหน่วง หลินขุยถอนตัวออกมา ดูเหมือนเขาคงต้องปรึกษากับเหล่าเติ้งดูหน่อยแล้วว่าจะจัดการซ่อมแซมสิ่งของภายในห้องนี้หลังจากทั้งคู่ทำลายเสร็จแล้วเช่นไร
ขณะที่ทั้งสองกำลังต่อสู้กันพัลวัน ไม่มีใครสังเกตเห็นว่าด้านนอกห้องอ่านหนังสือปรากฏร่างของหญิงสาวหน้าตางดงามด้านหน้าประตู
หลินเมิ