หลินเมิ้งหยาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ หนังสือในมือไร้ความน่าสนใจอย่างสิ้นเชิง
นางเพียงแค่เอ่ยล้อเล่นหนึ่งประโยคเท่านั้น นางหาได้คิดรื้อฟื้นอดีตของชิงหูแต่อย่างใด ความรู้สึกผิดพลันบังเกิดขึ้นในใจ ตอนนี้นางทำได้เพียงรับฟังสิ่งที่เขาต้องการเล่าเท่านั้น
จากนั้นชิงหูก็เล่าความลับที่เก็บงำไว้ออกมาให้ฟัง
“ข้ารู้ว่าเจ้าสงสัยใคร่รู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นเจ้าแห่งเถาฮวาอู๋ตัวจริง เจ้าเด็กน้อย บนโลกใบนี้ยังมีคนบางกลุ่มที่ข้ามิอาจยินยอมให้เจ้าเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยได้ หากเจ้าอยากมีชีวิตอย่างสงบสุข เช่นนั้นการรู้ให้น้อยที่สุดจะเป็นการดีเสียกว่า หากวันหนึ่งกลุ่มสามสหายสามารถเป็นปรปักษ์กับเขาได้ วันนั้นข้าจะบอกเจ้าเองว่าเขาเป็นใคร แต่ข้าจะบอกอะไรเจ้าสักหน่อย เถาฮวาอู๋เป็นเพียงหนึ่งในขุมอำนาจที่เขาไม่ต้องการแต่เพียงเท่านั้น”
ถ้อยคำของชิงหูแฝงไว้ซึ่งความหนักแน่น
หลินเมิ้งหยากะพริบตา กลุ่มนักฆ่าอันดับหนึ่งของเถาฮวาอู๋กลายเป็นสิ่งที่คนผู้นั้นไม่ต้องการแล้วอย่างนั้นหรือ
ตกลงคนคนนี้มีอำนาจมากขนาดไหนกันนะ?
ขณะที่คิดจะรบเร้าถามเขาต่อ จู่ๆ ผ้าม่านก็ถูกแหวกออก ก่อนที่ร่างของหยุนจู๋จะปรากฏขึ้น
ทว่าท่าทางของนางเหมือนเดินนำหน้าใครมา ด้านหลังเหมือนมีใครบางคนอยู่ หลินเมิ้งหยาเลื่อนสายตาไปมอง
“เจ้าสำนัก แขกท่านนี้อยากทำการค้าใหญ่กับท่าน ฉะนั้นข้าน้อยจึงบังอาจพาพวกเขามายังสวนชั้นในโดยมิได้รายงานเจ้าสำนักก่อน ได้โปรดลงโทษข