“นั่นก็เพราะพี่สาวต้องการไปที่เจียงหู ฉะนั้นจึงต้องทำตัวให้ชินก่อนอย่างไรเล่า”
แย้มยิ้มจนตาหยีขณะมองดูหนูน้อยซึ่งมีเค้าโครงหน้าดั่งเช่นป๋ายจี หลินเมิ้งหยาเอื้อมมือไปหยิกแก้มนวลของเด็กหญิง
บางทีอาจเพราะพรสวรรค์ของหลินเมิ้งหยา กอปรกับความอบอุ่นอ่อนโยนเข้าถึงง่าย เด็กๆ จึงไร้ซึ่งท่าทางหวาดกลัว แต่กลับยื่นมือเข้าไปสัมผัสใบหน้าของหลินเมิ้งหยา
“เสี่ยวเจียอย่าเสียมารยาทกับคุณหนู”
มองเห็นมือน้อยสกปรกเลอะเทอะแตะต้องใบหน้านวลงดงามของหลินเมิ้งหยา ท่านป้าป๋ายจึงรีบร้องตะโกนเสียงดัง
“ไม่เป็นไร นางเป็นเพียงเด็ก เด็กน้อยต้องไร้เดียงสาเช่นนี้แหละจึงจะน่ารัก”
หลินเมิ้งหยากลับไม่ใส่ใจ นางส่งยิ้มให้กับเสี่ยวเจีย
หลังจากหนูน้อยได้สัมผัสใบหน้าของหลินเมิ้งหยาแล้ว นางหัวเราะ “ฮุ ฮุ ฮุ” ไม่หยุด
“ข้าได้สัมผัสใบหน้าของเจ้าแม่กวนอิมแล้ว คุณหนูงดงามกว่าเจ้าแม่กวนอิมในวัดอีกเจ้าค่ะ”
ส่งเสียงออดอ้อนจนคนทั้งหมดหลุดขำพรืด
หลินเมิ้งหยาหยิกแก้มเล็กๆ ของนาง บรรยากาศอบอุ่นเช่นนี้คือสิ่งที่นางโหยหามิใช่หรือ?
ภายในห้องพักบนเรือนเล็ก หลินเมิ้งหยาและชิงหูนั่งอยู่ที่โต๊ะเพื่อปรึกษากันว่าจะไปที่กลุ่มสามสหายเช่นไร
บนโต๊ะเต็มไปด้วยขนมหลายชนิดที่ท่านป้าป๋ายเตรียมเอาไว้ อย่าว่าแต่ป๋ายจื่อที่เป็นคนตะกละเลย แม้แต่หลินเมิ้งหยาเองก็อดใจไม่ไหวและกินเข้าไปค่อนข้างมาก
แม้จะกำลังบิดผลอิงเถาในมือ ทว่าสีหน้าของหลินเมิ้งหยากลับเปี่ยมไปด้