มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย หลินเมิ้งหยายิ้มอย่างผ่อนคลาย
เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าอันแสนกว้างใหญ่ เหมือนกับคนที่กำลังปลดภาระอันหนักอึ้งออกจากบ่าและโบยบิน
“ใช่แล้ว ข้าอยากไปจากที่นี่ ที่แห่งนี้หาใช่โลกของข้า หากเทียบกับนกคีรีบูนแล้ว ไม่ว่าอย่างไรข้าก็จะเป็นดั่งนกภูเขาที่ถลาแล่นโบยบินหาอิสรภาพของตนเอง”
แววตาดำขลับของหลินเมิ้งหยาวาดร่องรอยแห่งการโหยหาอิสรภาพ
ทว่าภายใต้รอยยิ้มของชิงหู ความเสียดายพลันปรากฏขึ้นในหัวใจของเขา
แม้แต่ตัวนางเองคงมิทันสังเกตเห็นว่าหญิงสาวที่มีรูปร่างงดงามดั่งหยก ทั้งที่ไร้ซึ่งอากัปกิริยาเย้ายวน แต่นางกลับมีเสน่ห์ชวนมองจนมิอาจละสายตา
อย่าว่าแต่เขาหรือเสี่ยวอวี้เลย แม้แต่เจ้าคนที่หลบอยู่ในตำหนักฉินหวู่นั่นเองก็ถูกเสน่ห์ของนางดึงดูดโดยไม่รู้ตัว
เหตุใดนางจึงคิดโบยบินไปซ่อนตัวอยู่ในภูเขาเล่า?
แต่ถึงกระนั้น ขอเพียงเป็นความต้องการของนาง เช่นนั้นเขาก็จะลองฝืนพยายามดูสักครั้ง ขอเพียงสามารถรักษารอยยิ้มและความสุขของนางเอาไว้ได้ก็เพียงพอแล้ว
“ไปกันเถิด ข้าจะพาเจ้าออกไปก่อน”
มือหนายื่นเข้าไปรั้งเอวบางของนางไว้ แม้หญิงสาวร่างเล็กจะอยู่ภายในอ้อมกอด แต่หัวใจของชิงหูกลับไม่คิดอกุศลต่อนางเลยแม้แต่น้อย
กระตุ้นกำลังภายในของตนเองขึ้นมาก่อนจะถีบตัวทะยานขึ้นฟ้า ทั้งสองโบยบินขึ้นกลางอากาศราวกับผีเสื้อ เพียงใช้เท้าแตะหลังขาเล็กน้อย พวกเขาก็ออกมาอยู่นอกสวนด้านหลังของจวนอวี้แล้ว
จู่ๆ กลิ่นของลมหา