“นายหญิง ท่านอ๋องมิได้หมายความเช่นนั้นหรอกเจ้าค่ะ พระองค์แค่เป็นห่วงความปลอดภัยของท่าน พวกเราไม่ออกไปข้างนอกก็เป็นเรื่องดีมิใช่หรือเจ้าคะ?”
ป๋ายจื่อยื่นมือเข้าไปกระตุกแขนเสื้อหลินเมิ้งหยาเบาๆ นางไม่เข้าใจ เหตุใดคำพูดเพียงไม่กี่ประโยคจึงทำให้นายหญิงตัวแข็งทื่อเหมือนท่อนไม้เช่นนี้
“นั่นสิเจ้าเด็กน้อย แม้หลงเทียนอวี้จะเอ่ยวาจารุนแรงไปบ้าง แต่ถึงอย่างไรนั่นก็เพราะเขาก็เห็นแก่ความปลอดภัยของเจ้า”
ชิงหูยังคงยกยิ้มอย่างสบายอารมณ์ ทว่านัยน์ตาของเขาเจือความกังวล
เขาเข้าใจความรู้สึกกระวนกระวายของหลินเมิ้งหยาดี แต่วันนี้หลงเทียนอวี้แปลกไปจริงๆ เจ้านั่นน่าจะรู้ดีที่สุดว่าหลินเมิ้งหยาหาใช่คนรบเร้าผู้อื่นอย่างไร้สาระ
“ข้ารู้ วันนี้ทุกคนเหนื่อยมากแล้ว พวกเจ้าไปพักผ่อนเถิด ข้าอยากอยู่เงียบๆ คนเดียว”
นางเพียงแค่อยากตรวจสอบคนสอดแนมที่ยังหลงเหลืออยู่ของป๋ายหลี่อู๋เฉินแต่เพียงเท่านั้น แม้เขาจะไม่อยากให้นางเข้าร่วมภารกิจนี้ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องเอ่ยวาจาแข็งกระด้างเช่นนั้นมิใช่หรือ?
ความขมขื่นแล่นพล่านในหัวใจ หรือสำหรับเขาแล้วนางจะเป็นเพียงผู้หญิงที่ชอบโวยวายไร้สาระจริงๆ ?
หลินเมิ้งหยาเอนกายลงบนเตียง เหตุเพราะมีเรื่องราวมากมายเกาะกุมหัวใจ ดังนั้นจึงยากที่จะข่มตาหลับ
ช่วงเวลาก่อนหน้า ภายในตำหนักฉินหวู่อันแสนเย็นยะเยือก แสงสว่างจากเปลวเทียนถูกจุดขึ้นอีกครั้งในห้องอ่านหนังสือ หลงเทียนอวี้นั่งอยู่บนตั่ง ทว่าท่อ