นบนกลับเปลือยเปล่า เผยให้เห็นกล้ามท้องแน่นหนั่นเรียงตัวสวยงาม
ทั้งที่ตอนนี้เป็นช่วงฤดูหนาว ภายในไร้เตาฟืน ทว่าใบหน้าหล่อเหลากลับมีเหงื่อซึม
ทั้งแขน ลำคอ เส้นเลือดในร่างกายปูดโปน ใบหน้าเรียวพยายามสะกดกลั้นความเจ็บปวด สีหน้าขาวซีด
“ท่านอ๋อง เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ได้พ่ะย่ะค่ะ?”
หลินขุยอุทานเบาๆ แต่ถึงกระนั้นก็พยายามช่วยหลงเทียนอวี้รักษาอาการบาดเจ็บ
รอยแผลสีแดงสดวาดเป็นทางยาวบริเวณแผ่นหลังขาวเนียนของหลงเทียนอวี้ ผิวหนังฉีกขาดราวกับถูกฟันลึกถึงกระดูก แม้แต่หลินขุยเองก็มิอาจทานทนต่อความเจ็บปวดเช่นนี้ได้ ทว่าหลงเทียนอวี้กลับใช้ฟันกัดแผ่นเหล็กแน่น
“ข้า…ไม่เป็นไร ก็แค่แผลภายนอกเท่านั้น หากนางรู้เข้า นางจะต้องยิ่งเป็นกังวลอย่างแน่นอน ข้าเป็นคนปล่อยตัวป๋ายหลี่อู๋เฉินไปเอง แต่คิดไม่ถึงเลยว่าคนที่ถูกปองร้ายกลับเป็นนาง”
ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่าเหตุผลที่ไม่มีคนสอดแนมในกลุ่มองครักษ์ของจวนนั่นก็เพราะหลงเทียนอวี้พยายามสุดชีวิตเพื่อกำจัดคนเหล่านั้นให้สิ้นซาก
ซ้ำยังไม่มีใครคาดการณ์มาก่อนว่าป๋ายหลี่อู๋เฉินจะสร้างผลกระทบอย่างใหญ่หลวงให้กับเขา
ในมุมที่หลินเมิ้งหยามองไม่เห็น หลงเทียนอวี้กำจัดเหล่าผู้ที่อาฆาตมาดร้ายไปเป็นจำนวนมาก
“เฮ้อ เกรงว่าพระชายาจะคิดมากไปเสียแล้วพ่ะย่ะค่ะ จริงสิ คนที่ถูกส่งไปตรวจสอบกลับมารายงานว่าไท่จื่อเป็นผู้ช่วยเหลือป๋ายหลี่อู๋เฉินพ่ะย่ะค่ะ องครักษ์ชิงหลงและองครักษ์เสวียนหวู่ถูกพวกคนทรย