บางทีอาจเพราะหลินเมิ้งหยาอนุญาตให้หลินจงอวี้กลับไปยังเมืองเลี่ยหยุนแล้ว บรรยากาศจึงผ่อนคลายค่อนข้างมาก
เสี่ยวอวี้มิได้มีท่าทางหนักใจอีกต่อไป รอยยิ้มบนใบหน้าไร้ซึ่งความอึดอัด หลินเมิ้งหยาถอนหายใจแผ่วเบา ในที่สุดนางก็ตัดสินใจอย่างถูกต้อง
เลี่ยหยุนแล้วอย่างไรเล่า? หากเสี่ยวอวี้ตกอยู่ในอันตรายจริงๆ แล้วล่ะก็ ต่อให้ไกลถึงพันลี้นางก็จะไปช่วยเขาให้ได้
“นี่คือเหยี่ยวที่ท่านอ๋องตั้งใจหามาให้พวกเราเป็นพิเศษ ได้ยินว่ามันฉลาดมากเลยทีเดียว เจ้าจงนำมันกลับไปยังเมืองเลี่ยหยุนด้วยเถิด เท่านี้ไม่ว่าเจ้าอยู่ที่ใด พี่สาวก็จะสามารถส่งจดหมายหาเจ้าได้”
เห็นได้ชัดว่าสาวใช้ทั้งสี่ไม่เคยเห็นเหยี่ยวมาก่อน พวกนางจึงเข้าไปห้อมล้อมกรงเหยี่ยวเอาไว้
แม้จะเป็นเหยี่ยวตัวเล็กๆ ทว่ามันชูคอขึ้นด้วยท่าทางหยิ่งทะนง ราวกับว่ามิเห็นคนกลุ่มนี้อยู่ในสายตา เหล่าสาวใช้จึงนึกสนุกขอร้องให้หลินเมิ้งหยาปล่อยมันออกมา
“นายหญิง นายหญิง เจ้านี่น่ารักเหลือเกิน รีบปล่อยมันออกมาเถิดเจ้าค่ะ”
ป๋ายจื่อมีอุปนิสัยเหมือนเด็กที่สุด นางปรบมือเร่งเร้า
หลินเมิ้งหยาหัวเราะ หันหน้ากลับไปทางหลงเทียนอวี้ ดวงตาเปล่งประกายฉายแวววิงวอน
หลงเทียนอวี้พยักหน้า เขารีบเปิดประตูกรงออก
“พรึบ พรึบ” เสี่ยวจินโบยบินขึ้นไปบนอากาศ
“หวีด….” หลงเทียนอวี้ผิวปาก เสี่ยวจินรีบบินถลาลงมาเกาะบนแขนของเขา
ท่าทางของเสี่ยวจินมิได้น่ารักอีกต่อไป มันขึงขังขึ้นมา ดวงตาคมกริบจ้องก