ลุ่มคนตรงหน้าเขม็ง
จู่ๆ ร่างสีขาวสองร่างพลันโผล่พรวดออกมาจากทางด้านหลังของหลินเมิ้งหยา หลินเมิ้งหยาที่ไม่ทันระวังเกือบล้มเพราะถูกพวกมันกระโจนเข้าใส่
“เสี่ยวป๋าย เสือน้อย พวกเจ้าเป็นอะไรไป? นี่คือเพื่อนใหม่ของพวกเจ้าอย่างไรเล่า ห้ามกัดมันนะ!”
สัญชาตญาณนักล่าระหว่างเหยี่ยวกับสัตว์ป่ามิอาจเปลี่ยนแปลงได้เพียงเพราะคำพูดของหลินเมิ้งหยา แต่ถึงกระนั้นเสี่ยวป๋ายและเสือน้อยก็ยังรู้สึกแปลกใจเมื่อได้เห็นเพื่อนตัวใหม่ตัวนี้
เข้าไปห้อมล้อมหลงเทียนอวี้ ทั้งกระโดดทั้งส่งเสียงร้อง ดวงตากลมโตของพวกมันจ้องมองเสี่ยวจินด้วยความประหลาดใจ
ครู่ต่อมา ตำหนักหลิวซินก็มิต่างอันใดจากสวนสัตว์
“เจ้านี่ช่างมีไหวพริบยิ่งนัก พี่สาวจะมอบมันให้ข้าหรือ?”
ดวงตาของเสี่ยวอวี้เปล่งประกายไปด้วยความคาดหวัง
“นี่คือสิ่งที่ต้องการมอบให้กับเจ้า หากเจ้ากลับไปยังเมืองเลี่ยหยุน พวกเรายังสามารถส่งสารถึงกันได้”
แม้จะอนุญาตแล้ว แต่ถึงกระนั้นหลินเมิ้งหยาก็ยังรู้สึกมิอาจทำใจแยกจากได้ เพียงแค่นางเก็บซ่อนความเสียใจเอาไว้
ขอเพียงเสี่ยวอวี้มีชีวิตที่ดี ไม่ว่าอยู่ที่ใดก็ไม่สำคัญ
เล่นสนุกอยู่นาน ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปพักผ่อน
มีเพียงป๋ายซูที่อยู่ข้างกายหลินเมิ้งหยา
“เจ้าไม่ต้องลำบากหรอก มานี่สิ พวกเรามาคุยกันเถิด”
เสี่ยวอวี้สั่งเอาไว้อย่างชัดเจนแล้วว่าป๋ายซูจะต้องอยู่รับใช้หลินเมิ้งหยา ฉะนั้น คราวนี้ป๋ายซูจะต้องแยกจากเพื่อนพ้องของนางตลอดกาล
แม