้สีหน้าของป๋ายซูจะเรียบเฉย ทว่าหลินเมิ้งหยามองออกว่านางมีเรื่องให้ต้องคิดมาก
“นายหญิงอย่าห่วงข้าเลยเจ้าค่ะ นับตั้งแต่วันที่ท่านอาจารย์เลี้ยงข้าจนเติบโต โชคชะตาของข้าก็ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว เพื่อนายท่าน เพื่อนายน้อย ต่อให้ตาย ข้าก็ยอม ยิ่งไปกว่านั้น ข้ายังได้อยู่ที่นี่กับนายหญิงและพี่น้องทั้งสาม นี่เป็นเรื่องดีเสียยิ่งกว่าการกลับไปเข่นฆ่าศัตรูที่เมืองเลี่ยหยุนอีกเจ้าค่ะ”
ป๋ายซูหัวเราะ ใบหน้าที่เคยเย็นชาเจือไว้ซึ่งความอบอุ่น แต่หลินเมิ้งหยาสัมผัสได้ว่านางกำลังฝืนยิ้ม
บางทีอาจเพราะเรื่องที่หลินจงอวี้ต้องจากไป ดังนั้นทุกคนจึงรู้สึกโศกเศร้า
เวลาล่วงเลยไปหลายวัน เสี่ยวอวี้เล่าว่าเรื่องที่เขาจะต้องกลับไปถูกจัดการเอาไว้หมดแล้ว หลงเทียนอวี้มอบป้ายประจำตัวให้พวกเขาเป็นกรณีพิเศษ หากถูกตรวจสอบ พวกเขาจะกลับไปได้อย่างปลอดภัย
สิ่งของที่ต้องใช้สำหรับงานปีใหม่ได้ตระเตรียมเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นหลินเมิ้งหยาจึงพอมีเวลาว่าง
ราชสำนักในเวลานี้กำลังร้อนระอุเพราะเรื่องที่เหล่าขุนนางต้องการหาหมอจากภายนอกเพื่อรักษาพระอาการประชวรของฮ่องเต้
หลงเทียนอวี้ย่อมมีเรื่องให้ต้องจัดการมากขึ้น เขาออกไปแต่เช้าและกลับมาอีกครั้งในช่วงเย็น เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว หลินเมิ้งหยาที่พักผ่อนจนเริ่มรู้สึกเบื่อจึงไปเรียนวิชาแพทย์พิษกับป๋ายหลี่รุ่ย
“นังหนู ดูเหมือนวันนี้เจ้าจะเหม่อลอยเป็นพิเศษ”
คิ้วของป๋ายหลี่รุ่ยขมวดเข