ุกวิถีทางเพื่อแก้แค้นจนเด็กคนนั้นกลายเป็นชายที่มิอาจสืบพันธุ์ได้
ทั้งที่ตอนนั้นอู๋เฉินอายุเพียงสิบเอ็ดสิบสองปีเท่านั้น
ทว่าหลินเมิ้งหยาทำลายดวงตาของเขาข้างหนึ่ง หลงเทียนอวี้ยังขับไล่เขาออกจากจวน เช่นนี้จะไม่ทำให้อู๋เฉินโกรธแค้นหลงเทียนอวี้และหลินเมิ้งหยาได้อย่างไร
“ท่านอาจารย์อย่ากังวลไปเลยเจ้าค่ะ ข้าเชื่อว่าอ๋องอวี้จะต้องหาวิธีรับมือเอาไว้แล้ว เขาเป็นคนอนุญาตให้ป๋ายหลี่อู๋เฉินหนีไปเอง เช่นนั้นเขาจะต้องเตรียมการรับมือเอาไว้แล้วอย่างแน่นอน”
แม้หลินเมิ้งหยาเองก็รู้สึกกังวลเรื่องเดียวกันกับป๋ายหลี่รุ่ย แต่หลงเทียนอวี้หาใช่คนธรรมดา เขาไม่มีทางปล่อยให้ป๋ายหลี่อู๋เฉินทำลายงานที่สร้างมาอย่างแน่นอน
“ไม่ นังหนู ข้ารู้จักอู๋เฉินดี เขามักเก็บงำความลับบางอย่างเอาไว้เสมอ ยิ่งไปกว่านั้นเขายังชอบทำอะไรที่เราคิดไม่ถึงเสมอ การที่เจ้าทำร้ายเขาในคราวนี้ จะต้องส่งผลให้เขาโกรธแค้นเจ้ามาก แม้ตัวเขาจะตาย แต่เขาจะต้องวางแผนเพื่อเอาชีวิตเจ้าให้ตายตกตามกันไปอย่างแน่นอน”
คำพูดของป๋ายหลี่รุ่ยทำให้หลินเมิ้งหยาตกตะลึงเล็กน้อย
ใช่แล้ว ป๋ายหลี่อู๋เฉินสามารถพูดจาโน้มน้าวคนของหลงเทียนอวี้ได้แม้เขาจะถูกขังอยู่ในคุกใต้ดิน
เช่นนั้นเขาจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อล้างแค้นนางกับหลงเทียนอวี้อย่างแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้น ชายคนนี้ยังเป็นคนบ้าบิ่น เขาเกลียดนางจนสามารถทำทุกวิถีทางเพื่อทำลายนางให้ได้
เป็นไปได้หรือไม่ว่าเขาอาจจะลงมือกั