“เหตุใดเหนียงเหนียงจึงต้องกริ้วด้วยเล่าเพคะ”
ใบหน้าเฉยชาของหยุนลั่วพลันปรากฏขึ้น สีหน้าของนางแตกต่างจากพระสนมเต๋อเฟยที่กำลังโกรธเกรี้ยว
“หากเปิ่นกงไม่โกรธ ป่านนี้นางคงขึ้นมาขี่คอของเปิ่นกงแล้ว หากยังไม่สามารถกำจัดนางไปได้ เกรงว่าคนทั้งจวนอวี้คงไม่มีใครเห็นเปิ่นกงอยู่ในสายตา”
พระสนมเต๋อเฟยดูแก่ลงมาก ทว่าหัวใจยังคงเกลียดชังหลินเมิ้งหยา
“เหนียงเหนียง หนู่ปี้ได้ยินมาว่ามีขุนนางหลายท่านกำลังยื่นเรื่องขอให้ชายาอวี้เข้าไปตรวจสอบพระอาการประชวรของฮ่องเต้ แม้ฮองเฮาจะไม่ยินยอม แต่สุดท้ายแล้วคงมิอาจปฏิเสธพวกเขาได้ นางเป็นผู้เข้าไปพูดโน้มน้าวเหล่าขุนนางด้วยตัวของนางเอง หากนางเข้าไปอยู่ในวังแล้ว นางจะเอาตัวรอดได้หรือไม่ก็ยังมิรู้ได้”
น้ำเสียงของหยุนลั่วอ่อนโยน ทั้งที่จริงแล้วนางพยายามปกปิดความเกลียดชัง
“โอ้? มีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นด้วยหรือ? ดูเหมือนเปิ่นกงจะประเมินนางต่ำไปอย่างนั้นสินะ ไปเถิด จงส่งคนไปแจ้งข่าวแก่ฮองเฮาว่าเปิ่นกงขอขอบพระทัยฮองเฮาล่วงหน้า”
“เพคะ หนู่ปี้น้อมรับคำสั่ง”
หลินเมิ้งหยาออกจากประตูตำหนักหยาเสวียน ก่อนจะหันหลังกลับไปมองสวนเล็กๆ ที่ดูเลือนรางเต็มทีเมื่อเข้าสู่ช่วงพลบค่ำ
นางมักรู้สึกเสมอว่าพระสนมเต๋อเฟยไม่มีทางยอมแพ้ง่ายๆ บางทีตอนนี้อาจจะกำลังวางกลอุบายที่ยิ่งใหญ่กว่านี้อยู่ก็เป็นได้ สายตาของนางจึงเจือไว้ซึ่งความเย็นชา
เพราะเห็นแก่หน้าหลงเทียนอวี้ นางจึงยั้งมือเอาไว้อยู่หลาย