ครา แต่หากยังมีครั้งต่อไปแล้วล่ะก็ เช่นนั้นอย่าหาว่านางไร้หัวใจเลย
เดินอ้อมโค้ง ก่อนจะกลับมาถึงตำหนักหลิวซินของตนเอง เพียงเดินเข้าไปในสวน นางก็ได้เห็นร่างสูงสองร่างยืนคอยอยู่
“พี่สาว ในที่สุดท่านก็กลับมาแล้ว”
ร่างสูงโปร่งหมุนตัวกลับมา เสี่ยวอวี้แย้มยิ้มแล้ววิ่งเข้ามาหาด้วยท่าทางอารมณ์ดี
“อืม เหตุใดจึงไม่เข้าไปรอข้างในเล่า ข้างนอกหนาวออกอย่างนี้ เดี๋ยวจะเป็นหวัดเอาได้”
ตอนนี้เข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว แต่เพราะพวกเขาเพิ่งปรับปรุงตำหนักหลิวซินใหม่ ดังนั้นบรรยากาศในตำหนักจึงอบอุ่นไม่ต่างจากช่วงฤดูร้อน หลินเมิ้งหยาผินหน้าไปมองชายที่ยืนอยู่ไกลๆ
ชายผู้นี้น่าจะมีอายุราวสี่สิบกว่าปี ใบหน้าเคร่งขรึม ดวงตาคู่นั้นเปรียบเสมือนดวงดาวอันแสนเย็นยะเยือกซึ่งกำลังส่องประกายวาววับ
เสื้อผ้าที่สวมใส่เรียบง่าย แต่ถึงกระนั้นก็ไม่อาจลดความน่าเกรงขามที่ถูกส่งออกมา หลินเมิ้งหยามองออกในทันทีว่าชายผู้นี้มิต่างอันใดจากท่านพ่อของนางเลย
พวกเขาล้วนเคยบุกป่าฝ่าดงข้ามทะเลเลือดกันแล้วทั้งสิ้น
คนประเภทนี้ย่อมเคยเป็นผู้บังคับบัญชาทหารหลายพันหลายหมื่นนายผ่านศึกสงครามมาก่อน การที่เขามาสอนวิชาการต่อสู้ให้เสี่ยวอวี้เช่นนี้ ดูเหมือนจะเป็นการนำพรสวรรค์ที่ยิ่งใหญ่มาใช้ในทางที่ผิดเล็กน้อย
“ข้าน้อยหวานเหยียนเลี่ยถวายพระพรชายาอวี้”
ชายตรงหน้ากำมือแล้วโค้งตัวลง ท่าทางมิได้เป็นปรปักษ์แต่อย่างใด หลินเมิ้งหยาพยักหน้า ใบหน้าประดับไว้ซึ่งรอยย