หลินเมิ้งหยาหันไปมองเขา ก่อนจะผงกหัวลง
ถึงอย่างไรเขาก็หวังดี นางมิควรปฏิเสธความหวังดีของเขา
กลิ่นอับชื้นคละคลุ้งไปทั่วทั้งห้องขัง คิ้วของหลินเมิ้งหยาขมวดเข้าหากัน
นางมิได้เข้ามาเพื่อเอื้อนเอ่ยวาจาทับถมป๋ายหลี่อู๋เฉินแต่อย่างใด เพียงแต่นางมีคำถามบางอย่างต้องการถามเขา
“คิดไม่ถึงเลยว่าพระชายาจะยอมลดตัวอันสูงส่งเข้ามายังที่โสโครกเช่นนี้ คิกคิก หรือต้องการมาดูให้เห็นกับตาว่าข้าน่าสมเพชมากเพียงไหน?”
ป๋ายหลี่อู๋เฉินเงยหน้าขึ้น ใบหน้าที่เคยงดงามซูบตอบ ฝุ่นเกาะเกรอะกรัง ทว่าดวงตาคู่สวยของเขายังคงเปล่งประกาย
มันเปล่งประกายไปด้วยความโกรธแค้น หลินเมิ้งหยาอดที่จะชะงักไม่ได้ แต่ไหนแต่ไรมานางมิเคยทำเรื่องเกินงามอะไรต่อเขาเลย เหตุใดป๋ายหลี่อู๋เฉินจึงเกลียดชังนางนัก?
“ข้ามิได้มาที่นี่เพื่อทับถมเจ้า ตอนนี้ใกล้จะสิ้นปีแล้ว ท่านอาจารย์เป็นห่วงเจ้า เขาเลยส่งข้ามาดู”
แม้ท่านอาจารย์จะไม่เคยพูดตรงๆ แต่หลินเมิ้งหยารับรู้ได้ถึงอาการอึกอักในบ้างครั้งของเขา
แม้ป๋ายหลี่อู๋เฉินจะทำเรื่องเกินจะให้อภัย แต่สุดท้ายแล้วเขาก็เป็นญาติเพียงคนเดียวของท่านอาจารย์ ยิ่งไปกว่านั้น ท่านอาจารย์เองก็ไม่หวังให้เกิดเรื่องร้ายอะไรกับป๋ายหลี่อู๋เฉิน
บางทีการที่เขาถูกคุมขังอยู่ที่นี่ก็อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด
“ฮึ เขาเป็นห่วงข้าด้วยหรือ? หากมิใช่เพราะเขา เช่นนั้นข้าจะตกอยู่ในสภาพเช่นนี้หรือ? พวกเจ้าอย่าได้แสร้งทำตัวเป็นคนดีเลย ห