ากข้าตายไป คนที่จะดีใจก็คือพวกเจ้า”
หลินเมิ้งหยาส่ายหน้า นางรู้อยู่แล้วว่าป๋ายหลี่อู๋เฉินเป็นคนหัวรั้น ความเคียดแค้นปรากฏขึ้นในดวงตาของเขา หากเขายังคงดื้อดึงเช่นนี้ เกรงว่าอีกไม่นานเขาคงจะต้องขุดหลุมฝังตัวเองเป็นแน่
“หากเจ้าตาย ท่านอาจารย์จะต้องเสียใจอย่างแน่นอน ป๋ายหลี่อู๋เฉิน ข้าไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดเจ้าจึงเกลียดชังข้านัก แต่เจ้าอย่าลืมว่าคนที่จับตัวเจ้ามาคือหลงเทียนอวี้ คนที่เจ้าหักหลังคือหลงเทียนอวี้ ทั้งหมดนี้หาได้เกี่ยวข้องกับข้า”
หากยังต่อล้อต่อเถียงกันเช่นนี้ต่อไปก็มิได้อะไรขึ้นมา นางจะพยายามทำดีกับป๋ายหลี่อู๋เฉินให้ได้มากที่สุด
ขณะที่หมุนตัวและคิดจะจากไป คิ้วของหลินเมิ้งหยาขมวดเข้าหากันแน่น ทั้งที่ประตูเหล็กสามารถผลักออกได้อย่างง่ายดาย แต่เหตุใดตอนนี้จึงไม่ขยับเขยื้อน?
ออกแรงผลักมากขึ้น หลินเมิ้งหยาเพิ่งรู้ตัวว่าประตูเหล็กถูกลงกลอนจากด้านนอก
ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า หลินเมิ้งหยา เจ้าคงคิดไม่ถึงสินะ คงพูดได้แค่ว่าเจ้าโชคไม่ดีเอง วันนี้เป็นวันที่ข้าเตรียมจะแหกคุก แต่เจ้ากลับเป็นฝ่ายเดินเข้ามาหาข้าเอง”
ป๋ายหลี่อู๋เฉินหัวเราะสะใจมาจากเบื้องหลัง
หลังจากได้ยินเสียงโซ่ตรวนหล่นกระทบพื้นพื้น หลินเมิ้งหยาหันหลังไปมอง ก่อนจะได้เห็นป๋ายหลี่อู๋เฉินสะบัดข้อมือแล้วสาวเท้าเข้ามาใกล้นาง
“เพราะเหตุนี้ตอนที่ข้าจะเข้ามา องครักษ์ทั้งสองจึงไม่อยากให้ข้าเข้ามาในนี้ ที่แท้พวกเขาก็ถู