นพ่อส่งท่านมาด้วยเหตุอันใดหรือเจ้าคะ?”
พ่อบ้านเติ้งมีฝีมือในการจัดการงานค่อนข้างดี เขาจัดการทุกอย่างได้อย่างสบายๆ ไม่เหมือนนาง
ตอนนี้ตำหนักหลิวซินเหลือเพียงสาวใช้คนสนิทของนางที่คอยรับใช้ หาได้มีคนอื่นมารบกวน หลินเมิ้งหยาจึงผ่อนลมหายใจ นางกลัวเหลือเกินว่าท่านพี่จะได้เห็นภาพบรรยากาศอันแสนยุ่งวุ่นวายของตนเอง แล้วคิดว่าหลงเทียนอวี้ใช้งานนางเสมือนทาส
“ท่านพ่อเห็นด้วยและจะช่วยเจ้าให้ได้เข้าไปในวัง แต่ท่านพ่อมีเรื่องที่ต้องกำชับเจ้า แม้ในวังหลวงจะมีคนสนิทของท่านพ่อ แต่หากไม่ถึงเวลาอันสมควร คนเหล่านั้นจะไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยเป็นอันขาด ดังนั้นเจ้าจำต้องระมัดระวังตัวให้มาก”
หลินเมิ้งหยาพยักหน้า สมแล้วที่เป็นท่านพ่อ เกรงว่าเขาจะวางแผนทุกอย่างอย่างละเอียดรอบคอบหมดแล้ว
“อีกอย่าง ท่านอ๋องฉงซานและท่านอ๋องหลีซานเองก็จะไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยเจ้า หากมิใช่สถานการณ์คับขันจริงๆ ซึ่งข้อนี้เจ้าเองก็น่าจะรู้ดี แม้พวกเขาจะเป็นสหายเก่าของท่านพ่อ แต่เรื่องในราชวงศ์ค่อนข้างซับซ้อน ดังนั้นเขาต้องวางตัวและใช้อำนาจอย่างเหมาะสม เจ้าเข้าใจหรือไม่?”
อันที่จริงตอนแรกหลินเมิ้งหยามิได้คิดถึงสิ่งใดมากมายนัก นางเพียงอยากเข้าไปในวังหลวงเพื่อดูพระอาการประชวรของฮ่องเต้เพียงเท่านั้น
แต่ดูเหมือนตอนนี้การดึงขนเพียงเส้นเดียวจะทำให้ร่างกายขยับไปหมดทั้งร่างแล้ว คาดว่าการเข้าวังของนางในครานี้จะทำให้ท่านพ่อและเหล่าขุนนางที่เป็นหมากสำ