สายตาของหลินเมิ้งหยาเจือไว้ซึ่งความรู้สึกอาลัยอาวรณ์
นางรู้อยู่แล้วว่าสักวันหนึ่งวันนี้ต้องมาถึง แต่คิดไม่ถึงเลยว่าจะรวดเร็วถึงเพียงนี้
“ก็ได้ แต่ก่อนที่เจ้าจะไป ข้าหวังว่าข้าจะได้พบกับคนที่จะพาตัวเจ้าไปก่อน เจ้าเป็นน้องชายของข้า หากคนเหล่านั้นทำเพียงเพื่อหลอกใช้เอาผลประโยชน์จากเจ้า เช่นนั้นต่อให้พวกเขามานะเช่นไร ข้าก็ไม่มีวันยอมปล่อยให้พวกเขาพาตัวเจ้าไปเป็นอันขาด”
หลินเมิ้งหยาเห็นภาพการตายอย่างอเนจอนาถของคนทั้งห้าเองกับตา
นางไม่อยากเห็นหลินจงอวี้ต้องพบจุดจบเช่นเดียวกัน ซินหลีเป็นพวกโรคจิต เพื่อปกป้องตำแหน่งของตนเอง เขาไม่มีทางปล่อยหลินจงอวี้ไปง่ายๆ อย่างแน่นอน
หากเขากลับไปยังเมืองเลี่ยหยุนตี้ นางจะไม่สามารถปกป้องเสี่ยวอวี้ได้อีกต่อไป ดังนั้นหลินเมิ้งหยาจะไม่มีทางปล่อยให้ใครข่มขู่เสี่ยวอวี้ได้เป็นอันขาด
“คือ…”
เสี่ยวอวี้ชำเลืองมองหลินเมิ้งหยาด้วยท่าทางลำบากใจ ราวกับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องยาก
หลินเมิ้งหยาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะย้ำเสียงเข้ม
“คนเหล่านั้นต้องรู้อย่างแน่นอนว่าข้าไม่มีทางปล่อยเจ้าไปง่ายๆ เจ้าจงกลับไปปรึกษาหารือกับพวกเขาก่อน พวกเขาไม่มีทางปฏิเสธอย่างแน่นอน ไปเถิด”
หลินเมิ้งหยาช่วยสวมเสื้อคลุมให้กับหลินจงอวี้ มองดูเด็กหนุ่มที่ใกล้จะสูงกว่านางเต็มที หลินเมิ้งหยารู้สึกโศกเศร้าเล็กน้อย
“ขอรับ ข้าจะไปคุยกับพวกเขาเดี๋ยวนี้ พี่สาว…ข้าไม่อยากจากท่านไป”
ใบหน้างดงามราวกับหยกเจือไว้ซึ่งค