คำพูดของหลินเมิ้งหยาทำให้ทุกคนพูดไม่ออก
เพราะเหตุนี้นับตั้งแต่ตอนที่แมลงพวกนั้นถูกเผา ซินชิงจึงมิได้ขยับเขยื้อน ที่แท้ก็เพราะเหตุผลนี้นี่เอง
“เจ้าเด็กน้อย เจ้าหมายความว่าตอนนี้เขาขยับตัวไม่ได้แล้วอย่างนั้นหรือ?”
แม้จะเป็นเช่นนั้น ทว่าชิงหูยังคงตั้งท่าป้องกัน หลังจากได้ลองประมือกันแล้ว เขารับรู้ถึงความอำมหิตและความสามารถของอีกฝ่ายเป็นอย่างดี
หากนี่เป็นเพียงการยื้อเวลา เช่นนั้นหลินเมิ้งหยาและเขาเองก็คงไม่ตกอยู่ในอันตรายเช่นนี้
“นายหญิง ฆ่าเขาเลยเจ้าค่ะ! โอกาสมาถึงแล้ว”
จู่ๆ ป๋ายซูก็ร้องตะโกนออกมา ทว่าหลินเมิ้งหยากลับลังเล
ชิงหูเคยเล่าว่าสกุลซินเป็นสกุลที่มีความสำคัญเป็นอันดับหนึ่งของเมืองเลี่ยหยุนตี้ ซินหลีเป็นทายาทของตระกูล หากเขาถูกนางฆ่า เช่นนั้นนี่จะกลายเป็นชนวนสงครามระหว่างอาณาจักร
นางควรทำอย่างไร?
ขณะที่นางกำลังลังเลอยู่นั้น ซินชิงที่อยู่ในร่างของซินหลีพลันเปลี่ยนไป ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวอีกครั้ง ก่อนจะระเบิดออก ชิงหูที่ตั้งท่าป้องกันไว้อยู่ก่อนแล้วรีบเข้ามาอุ้มร่างของหลินเมิ้งหยาแล้วพากระโดดถอยหลัง
ท่ามกลางสายตาตื่นตระหนกของทุกคน หลินเมิ้งหยาได้เห็นภาพอันหน้าสะพรึงกลัวที่สุดในชีวิต
ใบหน้าโหดเหี้ยมของซินชิงกลายเป็นแมลงหลากสีสัน พิษของแมลงหลากสีปล่อยมาผสมกันจนเป็นน้ำหนองที่ไหลหยดลงพื้นหิมะ เสียงร้องเตือนของเรดาร์ในสมองของนางดังลั่น
หากจำแนกความอันตรายตามสมัยปัจจุบัน ชายตรงหน้าเสม