ยส่งกลิ่นฟุ้งกระจายกลับกลายเป็นอ่อนลง ราวกับสิ่งที่ทำให้พวกหนอนกู่จางหายไปแล้ว หลินเมิ้งหยาเพิ่งรู้สึกตัวว่าเหตุใดซินชิงจึงควบคุมทั้งสองคนมาโจมตีนาง
ยิ่งนางขยับมากขึ้น กลิ่นยาก็จะยิ่งรุนแรง หากยาหมดฤทธิ์ เช่นนั้นพวกนางก็จะตกอยู่ในอันตราย
“เจ้าเด็กน้อย มาอยู่ข้างหลังข้า”
จู่ๆ มือหนาก็เข้ามาจับบ่าของนาง ชิงหูที่ปรับสมดุลของลมหายใจได้มากแล้วรีบดันตัวหลินเมิ้งหยาไปไว้ทางด้านหลัง
“เจ้าเป็นอะไรมากหรือไม่?”
แม้ใบหน้าของชิงหูจะขาวซีด แต่ท่าทางดีกว่าเมื่อครู่มาก
“ไม่เป็นไรแล้ว ข้าได้ยินเสียงฝีเท้าย่ำเข้ามาแล้ว พวกหลงเทียนอวี้น่าจะใกล้ถึงแล้วล่ะ”
ชิงหูมิได้กระซิบบอก ทว่าหลังจากซินหลีได้ยิน นางกลับหัวเราะเบาๆ กวัดแกว่งแขนของตนเองอย่างรวดเร็ว หนอนกู่เหล่านั้นเสมือนกำลังคลั่ง พวกมันพยายามเข้าใกล้พวกหลินเมิ้งหยา
“ข้าไม่มีทางปล่อยให้เขาจัดการข้าได้อย่างแน่นอน ก็แค่คนโรคจิตคนหนึ่งเท่านั้น ข้าจะอดทนจนกว่าหลงเทียนอวี้มา แล้วก็อย่าได้ฆ่าพวกเขาเป็นอันขาด ข้าจะลองดูว่ายังสามารถช่วยพวกเขาได้หรือไม่”
กลิ่นยาหอมเข้มข้นจางลงไปแล้ว หลินเมิ้งหยาไม่มียาเหลือเก็บไว้ แต่โชคดีที่หนอนกู่ยังคงมีท่าทางหวาดกลัว ดังนั้นหากทุกคนล้อมวงอยู่ด้วยกันก็จะไม่มีใครถูกทำร้าย
“นายหญิง ท่านรีบหนีไปเถิดเจ้าค่ะ อย่าสนใจพวกเราเลย”
ป๋ายซูถูกชิงหูพยุงมา หลินเมิ้งหยารับร่างของนางไป ทว่าป๋ายซูได้รับบาดเจ็บหนักเอาการ ใบหน้าขาวซีดจนแทบไร