บไปยังจวนแล้ว ส่วนทหารของท่านพ่อหายไป
หลินเมิ้งหยาเดา คนเหล่านั้นเป็นองครักษ์ประจำตัวของท่านพ่อ พวกเขาอาจจะกลับไปพร้อมกับรถม้าเพื่อขอความช่วยเหลือ หรือไม่ก็กำลังซ่อนตัวอยู่ที่ใดสักแห่ง ขอเพียงคนของจวนอวี้มาถึง ซินหลีคงมิอาจแสดงท่าทางเย่อหยิ่งเช่นนี้ได้
“ไม่ขัดขวางข้า? ฮ่า ฮ่า ประโยคนี้ทำให้ข้ารู้สึกอยากฆ่าเจ้าเสียตอนนี้เลย”
เหยียบย่ำเลือดบนพื้นหิมะสีขาว กลิ่นคาวเลือดบนร่างของซินหลีทำให้หลินเมิ้งหยารู้สึกกระวนกระวาย
“หากไอ้ขยะนั่นยังอยู่ มันก็เหมือนหนามยอกอกของข้า! ข้าจะบอกเจ้าให้ก็ได้ หากไม่ใช่เพราะมันมุดหัวอยู่แต่ในจวนอวี้ทุกวันแล้วล่ะก็ ป่านนี้ข้าคงเด็ดหัวมันไปนานแล้ว หลินเมิ้งหยา ตอนแรกข้าคิดว่าเจ้าจะเป็นคนฉลาด แต่ดูเหมือนเจ้าก็เป็นเพียงคนดื้อดึงเท่านั้น”
ชิงหูยืนขวางหน้าหลินเมิ้งหยา ดาบยาวในมือยื่นออกไปข้างหน้า สายตาเย็นชา
“ส่วนเจ้า! ทั้งที่ควรจะเป็นเจ้านายแห่งเถาฮวาอู๋ แต่กลับมาเป็นหมารับใช้ของผู้หญิงคนหนึ่ง แม้แต่ข้ายังรู้สึกอับอายแทน หรือเจ้ากำลังใช้เสน่ห์ยั่วยวนแบบที่ชายก็ไม่ใช่ หญิงก็ไม่เชิงมาหลอกล่อนางกัน? คิก คิก ของเล่นประจำเมืองหลวงในวันนั้นรู้จักปกป้องคนอื่นเป็นแล้วหรือ?”
สายตาของชิงหูไม่ได้สั่นไหวเพราะได้ยินเรื่องราวในอดีตของตนเอง
ชีวิตของเขาในเวลานั้นไม่ต่างอะไรจากการตกอยู่ในขุมนรก แต่ขอเพียงหลินเมิ้งหยายังมีชีวิตอยู่ แม้นางจะรังเกียจเขา เขาก็พร้อมที่จะยืนกำบังนางเอ