ชายอย่างพวกเจ้าทำอะไรน้องสาวของข้า?”
เพียงได้เห็นท่าทางเช่นนี้ของเขา หลงเทียนอวี้รู้ได้ทันทีว่าตนเองมาถูกทางแล้ว ดังนั้นเขาจึงกระตุกยิ้มเย็นชา
“ไม่ได้ทำอะไร แต่เพราะการตายของเยว่ถิงทำให้น้องสาวของเจ้าได้รับการกระทบกระเทือนถึงหัวใจ ขนาดจะมีชีวิตข้ามผ่านฤดูหนาวยังยาก หากเจ้าตายไปด้วยอีกคน เกรงว่าน้องสาวของเจ้าจะต้องเสียใจจนไม่อาจมีชีวิตอยู่ถึงปีหน้า”
กล่าวราวกับมิสนใจใยดีต่อความเป็นความตายของหลินเมิ้งหยาเลยแม้แต่น้อย
หลินหนานเซิงที่กำลังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งถูกหลงเทียนอวี้พูดเรียกสติอีกครั้ง
“เจ้าอาจไม่เชื่อข้า แต่เจ้าออกไปดูได้ว่าน้องสาวของเจ้ากำลังกุมหน้าอกและส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เจ้าเคยคิดบ้างหรือไม่ว่าหากเจ้าตายไป น้องสาวของเจ้าจะเป็นเช่นไร? สกุลของเจ้าจะเป็นเช่นไร? เจิ้นหนานโหวต้องเป็นหม้ายตั้งแต่ยังหนุ่ม ซ้ำยังต้องมาไว้ทุกข์ให้กับลูกชายในวัยกลางคน ส่วนชีวิตของลูกสาวก็กำลังจะดับสูญ เมื่อถึงเวลานั้นสกุลหลินจะเป็นเช่นไร?”
หลงเทียนอวี้ตั้งใจเอ่ยเช่นนี้เพื่อยั่วยุหลินหนานเซิง
ในเมื่อคำพูดดีๆ ไม่อาจทำให้เขาได้สติ เช่นนั้นจำต้องทำให้เขาเสียใจจนถึงที่สุด เพื่อให้หลินหนานเซิงคิดได้หลังจากผ่านความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส
“หุบปาก!”
หลินหนานเซิงที่มิอาจอดรนทนไหวพุ่งตัวเข้าไป หลงเทียนอวี้แค่นหัวเราะเล็กน้อย ทว่าเสียงแห่งความยินดีพลันดังขึ้นในหัวใจ
ทั้งสองละทิ้งฐานะของตนเอง คนหนึ่ง