าไว้ในห้อง
ตอนอยู่ในงานเลี้ยง หลินหนานเซิงยังมีท่าทางร่าเริงแจ่มใส แต่คิดไม่ถึงเลยว่าช่วงเวลาหนึ่งชั่วโมงที่ไม่ได้เจอกัน เขาจะเปลี่ยนไปมากถึงขนาดนี้
ดวงตาทั้งสองข้างมองเพดานนิ่ง ราวกับโลกที่กำลังหมุนอยู่ในขณะนี้ไม่เกี่ยวข้องอันใดกับเขาเลยแม้แต่น้อย
“พวกเจ้าออกไปก่อน”
“พ่ะย่ะค่ะ”
องครักษ์ออกไปข้างนอกจนหมด ตอนนี้ภายในห้องจึงเหลือเพียงพวกเขาทั้งสอง
นั่งลงบนเก้าอี้ หลงเทียนอวี้มิได้รีบเข้าไปรักษาหลินหนานเซิง แต่เขากลับเทชาใส่แก้ว
“ข้ารู้ว่าเจ้าอยากตาย แต่เส้นเอ็นในร่างกายของเจ้ายังไม่ขาดสะบั้น ดังนั้นขอเพียงเจ้าปรับสมดุลในการหายใจและพักสักเล็กน้อย อาการของเจ้าก็จะดีขึ้น แต่ที่เจ้ายังเป็นเช่นนี้ก็เพราะเจ้าไม่ปรับสมดุลการหายใจของตนเองต่างหาก”
คนบนเตียงยังคงไม่ตอบสนอง
หลงเทียนอวี้ถอนหายใจ ก่อนจะเอ่ยต่อ
“แม้ข้าจะไม่รู้ว่าเจ้ารู้สึกเช่นไรกับเยว่ถิง แต่ข้ารู้อยู่อย่างหนึ่ง หากเจ้าตายไป ชายาของข้าจะเสียใจ ส่วนข้า…ย่อมไม่อยากเห็นนางเสียใจ เจ้าเองก็คงไม่อยากเห็นนางเสียใจใช่หรือไม่?”
อ้างถึงหลินเมิ้งหยา ในที่สุดดวงตาของหลินหนานเซิงก็สั่นไหวเล็กน้อย
“ข้าจะบอกความจริงกับเจ้าบางอย่าง หากเจ้าตายขึ้นมาจริงๆ น้องสาวของเจ้าก็คงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน”
คำพูดนี้ไม่ต่างอะไรจากการสาปแช่ง หลินหนานเซิงลุกพรวดขึ้นมา ก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปหาหลงเทียนอวี้แล้วคว้าคอของเขาเอาไว้ สายตาเปี่ยมไปด้วยความอำมหิต
“พูด! องค์