าคิดอยากปฏิเสธ ทว่าฮองเฮากลับลุกขึ้นแล้วสวมกำไลหยกเข้าที่ข้อมือของนางด้วยตนเอง
“ชายาอวี้เป็นคนมีความสามารถ ดังนั้นเปิ่นกงต้องตบรางวัลให้อย่างงาม”
ท่ามกลางสายตาของทุกคน ฮองเฮาแย้มยิ้มและจ้องมองหลินเมิ้งหยาด้วยท่าทางอ่อนโยน
มีเพียงนางเท่านั้นที่รู้ดีว่าคำพูดของฮองเฮามิต่างอะไรจากการเปิดศึกกับนาง
“ขอบพระทัยให้ความหวังดีของฮองเฮา หม่อมฉันคงมิอาจปฏิเสธความหวังดีของพระองค์ได้ หากทำให้ฮองเฮาต้องเจ็บช้ำน้ำใจ เกรงว่าจะมิใช่เรื่องดีเลยเพคะ”
หลินเมิ้งหยาแสร้งยิ้มเขินอาย
ทั้งสองสบตากัน ทว่าเพียงชั่ววินาทีที่สายตาบรรจบ ดวงตาของทั้งคู่วาวโรจน์ดั่งเปลวเพลิงก่อนจะดับไปอย่างรวดเร็ว
“เจ้าเป็นเด็กรู้ความ ไปเถิด ต่อจากนี้ไปเปิ่นกงจะพยายามชดเชยให้เจ้าอย่างดี”
เมื่อได้สบตากับหลินเมิ้งหยา ฮองเฮารู้สึกเสมือนกำลังจ้องมองตนเองในอดีต ตอนที่นางเพิ่งถวายตัวเข้าวังมา นางกับพระสวามีรักใคร่และให้เกียรติซึ่งกันและกัน
ฉะนั้นนางจึงพยายามจัดการเรื่องฝ่ายในของตนเองให้ดี ผันตัวเองให้เป็นภรรยาผู้เพียบพร้อมและโดดเด่นงดงาม แต่คิดไม่ถึงเลยว่าสิ่งที่ฮ่องเต้ตอบแทนนางจะกลายเป็นการปันใจให้หญิงอื่น
หลินเมิ้งหยา…แม้จะเป็นศัตรูคู่อาฆาต แต่ถึงกระนั้นนางก็มิต่างอันใดจากตนเองในอดีตเลย ทว่าเมื่อเทียบกับตนเองในอดีตแล้ว หลินเมิ้งหยากลับมีความสุขกว่ามาก
ต้าจิ้นไม่ต้องการหญิงสาวฉลาดเฉลียวถึงสองคน ฉะนั้นหลินเมิ้งหยาจะต้องหายไปจากโลกใบนี้