ิต่อเจ้าไม่ดีกระนั้นหรือ คิดไม่ถึงเลยว่าเพื่อประโยชน์ส่วนตนแล้ว เจ้าจะไม่สนใจแม้แต่ความสัมพันธ์อันดีระหว่างญาติพี่น้อง ไม่รู้จักความกตัญญูรู้คุณ แล้วแบบนี้จะให้เปิ่นกงปล่อยเจ้าไปอีกหรือ”
องค์ชายห้ายังคงตะโกนและก่นด่า แต่ไม่มีใครเชื่อคำพูดของเขา
หลงเทียนอวี้ประคองหลินเมิ้งหยาขึ้นมา สบตากันเล็กน้อย ทั้งสองเข้าใจความคิดของอีกฝ่ายได้ในทันที
งานเลี้ยงฉลองในวันนี้ทำให้ไท่จื่อต้องกำจัดองค์ชายห้าทิ้ง แต่คำสารภาพขององค์ชายห้าเมื่อครู่ เกรงว่าจะไม่ใช่เพียงการพูดจาเลื่อนลอยแต่เพียงเท่านั้น
ดูเหมือนพวกเขาจะสามารถเดินหน้าได้อีกหนึ่งก้าว แต่ถึงกระนั้นก้ยังมิอาจรีบร้อน เหตุเพราะอาจได้ไม่คุ้มเสีย
“ชายาอวี้ เจ้าจงมาที่นี่”
ในที่สุดฮองเฮาก็นึกถึงหลินเมิ้งหยาขึ้นมาได้ นางที่ได้ชื่อว่าแม่สามีของหลินเมิ้งหยาควรจะปลอบใจลูกสะใภ้สักเล็กน้อย
“เพคะ ฮองเฮาเหนียงเหนียง”
หลินเมิ้งหยาเดินเข้าไปหาฮองเฮาด้วยกิริยาว่านอนสอนง่ายระคนโศกเศร้าเล็กน้อย
“เจ้าต้องเสียใจแล้ว คำสั่งสอนของเปิ่นกงไร้ประโยชน์ยิ่งนัก อีกเพียงนิดเดียวเจ้าก็เกือบจะได้รับบาดเจ็บ นี่คือกำไลหยกที่ฮ่องเต้พระองค์ก่อนประทานให้กับเปิ่นกง บนกำไลหยกมีบทสวดมนต์แกะสลักเอาไว้ เปิ่นกงหวังว่าพระพุทธองค์จะปกป้องเจ้าให้มีชีวิตสงบสุขตลอดไป”
ขณะที่พูด ฮองเฮาถอดกำไลหยกที่ข้อมือของตนเองออก
“ไม่เพคะ นี่…นี่มันมีราคามากเกินไป หม่อมฉันรับไว้ไม่ได้หรอกเพคะ”
หลินเมิ้งหย