มือของฮองเฮาพลันร่วงหล่นกระทบพื้น
ดวงตาคมกริบจ้องหลงอิงฉู่เขม็ง
“หมู่โฮ่ว กระหม่อม…”
สายตาร้อนรน ที่เขาทำเรื่องเหล่านี้ขึ้นมาก็เพราะเขาคิดว่าฮองเฮาและสกุลเฉินไม่มีวันหักหลังเขา
ดังนั้นเมื่อไท่จื่อบอกให้เขาสร้างความอับอายให้แก่หลินเมิ้งหยา เขาจึงตกปากรับคำทันที
คิดไม่ถึงเลยว่าพอเรื่องแดงขึ้นมา ไท่จื่อจะทำเหมือนเขาเป็นคนอื่น ไม่แม้แต่จะดูดำดูดี
“หุบปาก! เจ้าคิดจะทำอะไร? ก่อกบฏอย่างนั้นหรือ? เสด็จพ่อของเจ้ายังประชวรติดเตียง แต่เจ้ากับก่อเรื่องเช่นนี้ขึ้น หากแม่ของเจ้ายังอยู่ นางคงตรอมใจตายเพราะเจ้า! เปิ่นกงเห็นแก่ความสัมพันธ์ระหว่างเปิ่นกงและพระสนมเฉินกุ้ยเฟย ดังนั้นจึงเอ็นดูมากเป็นพิเศษ แต่ใครจะรู้ว่าเจ้าจะบังอาจก่อเรื่องนี้ขึ้นมา เปิ่นกงคงมิอาจช่วยเจ้าได้แล้ว เข้ามา นำตัวองค์ชายห้าไปขังไว้ที่คุกเทียนเหลา เปิ่นกงขอถอดยศองค์ชายห้าและลงโทษในฐานะกบฏ!”
บทลงโทษที่ฮองเฮาประกาศเป็นเหมือนการปลอบประโลมเหล่าพระญาติที่กำลังโกรธเกรี้ยว
องค์ชายห้าเบิกตากว้าง ตอนนี้เขาเข้าใจความหมายของสุภาษิตที่ว่าข้ามแม่น้ำได้แล้วจึงรื้อสะพานอย่างชัดแจ้ง
“ไม่! พวกเจ้าจะทำเช่นนี้กับข้าไม่ได้ ไท่จื่อ…ไท่จื่อเป็นคนบอกให้ข้าทำเรื่องนี้”
เมื่อตกอยู่ในอาการตื่นตระหนก องค์ชายห้าไม่สนใจสิ่งอื่นใดอีก เขารู้เพียงแค่ว่าจะต้องลากไท่จื่อดำดิ่งลงหุบเหวไปด้วยกัน แต่ฮองเฮาจะปล่อยให้เขาสมหวังได้เช่นไร
“บังอาจ ที่ผ่านไท่จื่อปฏิบัต