กเจ้าสองผัวเมียเจ้าเล่ห์ยิ่งนัก พวกเจ้าคิดจะใส่ร้ายข้า! ข้าควรยิงเจ้าให้ตายตั้งแต่ตอนที่อยู่ในงานพิธี!”
โทสะขององค์ชายห้าระเบิดออกมา ดังนั้นเขาจึงหลุดพูดเรื่องธนูที่หมายมั่นจะยิงหลินเมิ้งหยาออกมาต่อหน้าทุกคน
กว่าเขาจะรู้สึกตัวก็สายไปเสียแล้ว ทุกคนมองเขาด้วยสายตาของคนแปลกหน้า สายตาของหลงอิงฉู่เผยความกระวนกระวายออกมาอย่างเห็นได้ชัด เหตุเพราะสกุลเฉินที่คอยสนับสนุนเขาและฮองเฮากับไท่จื่อล้วนเงียบกริบ
สถานการณ์แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่าเขาถูกทอดทิ้ง
“ไม่เคารพบรรพบุรุษ ไม่แม้แต่เคารพญาติพี่น้อง แม้เมิ้งหยาจะเป็นเพียงคนนอก แต่ก็เป็นพระชายาที่ฮ่องเต้เลือก หม่อมฉันยอมตายโดยไม่เสียดายชีวิต แต่คงมิอาจคิดคดต่อบรรพบุรุษได้ เมิ้งหยาขอร้องฮองเฮา ไท่จื่อและพระญาติได้โปรดออกหน้าแทนเมิ้งหยาด้วย”
อยู่ๆ หลินเมิ้งหยาก็ทรุดตัวลงบนพื้น แค่นเสียงออกมาทีละคำ
เรื่องที่ตำหนักเจาเหอถูกไฟไหม้เป็นเพียงจุดเรียกร้องความสนใจเท่านั้น แม้หลินเมิ้งหยาจะไม่รู้ว่าใครทำ แต่ถึงกระนั้นนางก็สามารถหยิบยกเรื่องนี้มาใช้ประโยชน์ได้
ส่วนเรื่องยิงธนูหมายเอาชีวิตนาง องค์ชายห้าเป็นผู้เอ่ยปากยอมรับเอง ฉะนั้นขอเพียงนางแสร้งทำตัวเป็นเหยื่อ ไม่ว่าไท่จื่อหรือสกุลเฉินก็มิอาจปกป้องหลงอิงฉู่ได้
“ข้า…”
ยังไม่ทันที่หลงอิงฉู่จะแก้ตัว เสียงตะคอกอย่างเย็นชาของฮองเฮาพลันดังขึ้น
“บังอาจ ! เจ้ายังไม่ยอมรับผิดอีกหรือ”
“เพล้ง” เสียงดังขึ้น แก้วใน