ะสบภัยครั้งใหญ่เมื่อหลายร้อยปีก่อน จึงยังไม่สามารถฟื้นฟูความรุ่งโรจน์ดังเดิมได้ ต้องอาศัยการประคับประคองจากผู้นำนิกายและเหล่าหัวหน้ายอดเขาเท่านั้น
พูดง่าย ๆ ก็คือ นิกายเทียนเต๋า… ยากจน
แม้แต่แปดบุตรแห่งสวรรค์เช่นคิงคงและพวกเขา ก็เป็นเพียงนักยุทธ์ยากจน ไม่มีโอสถระดับเจ็ดพกติดตัวเลยสักเม็ด
ครั้นเห็นซูเฉินหยิบโอสถระดับเจ็ดออกมาอย่างสบาย ๆ พวกเขาย่อมต้องตกตะลึงเป็นธรรมดา
“จะว่าแบบนั้นก็คงใช่ละนะ หากในอนาคตศิษย์พี่ต้องการให้ข้าหลอมโอสถก็สามารถมาหาข้าได้เลย!”
ซูเฉินยิ้มตอบอย่างสงบ
“ฮู้ว!”
คิงคง สุ่ยหว่านเอ๋อร์ และถู่หยวน ต่างสูดลมหายใจลึกด้วยความตกใจ
แม้แต่เหล่าผู้อาวุโสบนยอดเขาเทียนเต้าก็ยังอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้าง แสดงออกถึงความเหลือเชื่อ
“ปรมาจารย์โอสถ?! เฮ้อ… เจ้าหนูซูเฉินนี่อายุเท่าไรกันแน่? ต่อให้เริ่มบ่มเพาะพลังตั้งแต่อยู่ในครรภ์ก็ไม่น่าจะเป็นปรมาจารย์โอสถได้นะ?!”
ฮั่วเลี่ย ผู้อาวุโสเพียงคนเดียวของนิกายที่เป็นปรมาจารย์โอสถ สีหน้าก็เต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
“หากซูเฉินเป็นปรมาจารย์โอสถจริง นิกายเทียนเต๋าของเราคราวนี้ได้โชคมหาศาลแน่! อัจฉริยะบ่มเพาะแถมยังเป็นปรมาจารย์โอสถด้วย ในดินแดนป่าตะ