สาวทั้งสิบ บางคนถือปี่ บางคนถือขลุ่ย บางคนถือขวดหยก บางคนถือตะกร้าซึ่งเต็มไปด้วยกลีบดอกไม้ ท่วงท่าการร่ายรำพลิ้วไหวดุจสายน้ำ
โดยเฉพาะผู้นำเต้นรำ ท่วงท่าของนางอ่อนช้อยพลิ้วไหว ดวงตางดงามมีเสน่ห์เปี่ยมไปด้วยศรัทธาจนคนทั้งงานล้วนคิดว่านางเป็นเทพธิดาของพระผู้เป็นเจ้าอย่างแท้จริง
กอปรกับเสียงเพลงวังเวงแว่ว ทุกคนล้วนมองนางเสมือนดั่งเทพธิดาที่กำลังร่ายรำบนกลีบดอกบัวเบ่งบาน ไม่มีใครกล้าคิดอกุศลต่อนางรำคนนี้เพราะกลัวจะถูกปลิดวิญญาณ
เหตุเพราะการร่ายรำของหญิงสาวทั้งสิบ บรรยากาศภายในงานเลี้ยงจึงตกอยู่ในกลิ่นอายของความซาบซึ้งตรึงใจ กลิ่นหอมเย็นสดชื่นที่โชยออกมาเตะจมูกไม่ได้ทำให้ผู้ได้กลิ่นรู้สึกเสมือนถูกยั่วยวน แต่กลับทำให้พวกเขารู้สึกสบายใจ
เมื่อหัวใจสงบลง เกลียวคลื่นในหัวใจพลันนิ่งตาม พวกเขาเพ่งความสนใจไปที่เหล่าหญิงสาวเบื้องหน้า แต่ถึงกระนั้นกลับรู้สึกราวกับตกอยู่ในความฝันที่ไม่อยากตื่น
อีกทั้งยังรู้สึกเสมือนแขนขาทั้งสี่ถูกสะกดอย่างไรอย่างนั้น
หลินเมิ้งหยามองดูปฏิกิริยาของคนในงานเลี้ยง ก่อนจะกักเก็บความภูมิใจเอาไว้ในใจ
พวกเขาไม่รู้หรอกว่าผงหอมเหล่านั้นคือยาที่นางกับท่านอาจารย์คิดค้นขึ้น สรรพคุณของตัวยามิใช่เพียงทำให้หัวใจสงบลงได้ แต่ยังมียาพิษชนิดพิเศษที่ทำให้คนสัมผัสรู้สึกเสมือนกำลังตกอยู่ในภวังค์
ด้วยท่วงท่าการร่ายรำอันแสนงดงามของเหล่าหญิงสาว อุณหภูมิภายในห้องจึงสูงขึ้น ยิ่งเป็นเช่นนี้นานเ