บคอบ”
ฮองเฮายังคงแสดงท่าทางสงบนิ่งจึงดูไม่ออกว่ากำลังโกรธหรือยินดี
“ระบำในวันนี้งดงามยิ่งนัก คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะสามารถสร้างความตื่นตะลึงได้ในระยะเวลาเพียงสั้นๆ ไม่กี่วัน เจ้าเองก็พยายามเรียนรู้เอาไว้ คราวหน้าจะได้ทำได้ดีกว่านี้”
นับตั้งแต่ตอนที่หลินเมิ้งหยาหนีรอดจากเงื้อมมือของนางไปได้ ฮองเฮารู้สึกว่าหากหลงเทียนอวี้และหลินเมิ้งหยายังอยู่ แผนการที่นางได้วางเอาไว้จะต้องไม่สัมฤทธิ์ผลอย่างแน่นอน
คนคู่นี้ฉลาดเฉลียวยิ่งนัก อีกทั้งสกุลหลินยังกุมอำนาจทางการทหารเอาไว้ในมือ นางไม่อาจปล่อยให้ไท่จื่อวางแผนเด็กๆ ทำลายพวกเขาได้อีกต่อไป
คราวหน้าความพ่ายแพ้อาจจะเปลี่ยนเป็นชัยชนะก็ได้
“เอ๋อร์เฉินน้อมรับคำสั่งสอนของหมู่โฮ๋ว”
ไท่จื่อรู้สึกกล้ำกลืนเล็กน้อย ความเกลียดชังที่มีต่อหลงเทียนอวี้ยิ่งเพิ่มมากขึ้น
ตั้งแต่ยังเด็ก เสด็จพ่อมักเปรียบเทียบเขากับหลงเทียนอวี้เสมอ แม้จะถูกเลี้ยงดูอย่างเข้มงวดเช่นเดียวกัน แต่เมื่อเทียบกับพวกลูกสนมเหล่านั้นแล้ว เสด็จพ่อมักจะเอ็นดูพวกเขามากกว่าเสมอ
หากเขาแสดงออกถึงความขุ่นเคือง เสด็จพ่อมักจะตำหนิว่าเขาไม่รู้จักรักและปกป้องน้องๆ
หากเขามิใช่ลูกชายเพียงคนเดียวของฮองเฮา เกรงว่าตำแหน่งไท่จื่อคงไม่มีทางตกเป็นของเขาอย่างแน่นอน
เขาจะต้องคว้ามันไว้ให้แน่นและกำจัดหลงเทียนอวี้
เมื่อการแสดงจบลง ทุกคนรู้สึกเสมือนตื่นจากความฝัน เมื่อกะพริบตาอีกครั้ง พวกเขามองไม่เห็นเทพธิดานางรำอีกต่อ