ความสัมพันธ์อันดีระหว่างไท่จื่อและองค์ชายห้าเป็นสิ่งที่คนทั้งราชวงศ์รับรู้
แต่คนที่คิดจะกลั่นแกล้งเสี่ยวหยา พวกเขาควรจะใช้วิธีลอบทำร้ายมิให้นางรู้ตัว การจู่โจมเสี่ยวหยาโดยตรงเช่นนี้มิต่างอะไรจากการดูแคลนสกุลหลิน
“องค์ชายห้า…ไท่จื่อ….ฮึ! บังอาจรังแกน้องสาวของข้า หากข้าไม่มอบของขวัญกลับไปให้พวกเขา ก็คงจะเป็นการแล้งน้ำใจต่อพวกเขาที่อุตส่าห์ใส่ใจน้องสาวของข้าเป็นอย่างดี!”
หลินหนานเซิงที่อยู่ในวัยเลือดพลุ่งพล่านไม่อาจอดทนอดกลั้นได้อย่างหลินมู่จือ
ในพจนานุกรมของเขามีสุภาษิตหนึ่งที่กล่าวว่าบุญคุณต้องทดแทนแค้นต้องชำระ แม้ว่าอีกฝ่ายจะยิ่งใหญ่คับฟ้า แต่เขาก็จะคิดหาวิธีทำให้คนเหล่านั้นไม่มีทางอยู่ดีมีสุข!
“ก็แค่มีสกุลเฉินเป็นที่พึ่งมิใช่หรือ ตอนนี้ขุนนางของสกุลเฉินใกล้จะหมดอำนาจเต็มที เขามิกลัวว่าจะไม่มีใครปกป้องเขาแล้วกระนั้นหรือ?”
ดวงตาของฉินมั่วเปล่งประกายอย่างดูแคลน
ไม่ว่าจะทั้งการบ้านการเมืองหรือวิชาการต่อสู้ เมื่อเทียบกับองค์ชายพระองค์อื่นแล้ว เขาไม่เคยเป็นตัวเลือกที่ทุกคนยอมรับ
ทว่าองค์ชายห้ากลับแสดงท่าทางหยิ่งยโส ก่อนนั้นเขามีพระสนมเฉินกุ้ยเฟยคอยปกป้อง แต่ตอนนี้พระสนมเฉินกุ้ยเฟยตายจากไปแล้ว สกุลเฉินมิต่างอันใดจากตระกูลที่รอวันล่มสลาย แล้วจะยังมีใครสนใจองค์ชายไม่ได้เรื่องผู้นี้อยู่อีกหรือ?
“ก็ยังมีไท่จื่อมิใช่หรือไร? เขาเป็นถึงคนสนิทของไท่จื่อ สกุลซ่างกวนและฮองเฮาไม่มีทางปล่อยให้ไท่จื่