อถูกไฟคลอกตายอย่างแน่นอน”
ใบหน้าของหลินหนานเซิงประดับไว้ซึ่งรอยยิ้มเล็กน้อย ทว่านัยน์ตาของเขาเผยให้เห็นความเกลียดชัง
“ไท่จื่อ? ตอนนี้เขาไม่อาจดูแลตัวเองได้ด้วยซ้ำ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าฮองเฮาจะลงโทษพระญาติเพื่อองค์ชายห้า”
ทั้งสองสบตากันก่อนจะแสยะยิ้ม เรื่องบางเรื่องมิจำเป็นต้องเอื้อนเอ่ยก็รู้ได้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไร
หลินเมิ้งหยาที่เสพความรักอย่างเต็มเปี่ยมแล้วใบหน้าแดงก่ำ ตอนนี้สติของนางกลับมามากพอที่จะรู้แล้วว่าพวกเขากำลังทำอะไรอยู่ต่อหน้าสาธารณะชน
ใบหน้าข้างแก้มร้อนผ่าว นางไม่เคยนึกเคยฝันเลยว่าวันหนึ่งตัวเองจะกลายมาเป็นนางเอกละครเวทีเช่นนี้
ทันทีที่เดินกลับมาถึงที่นั่ง ริมฝีปากของสาวใช้ทั้งสี่ฉีกยิ้มกว้าง
“ยิ้มอะไรกัน? ห้ามยิ้ม! มิเช่นนั้น….มิเช่นนั้น…”
เป็นครั้งแรกที่หลินเมิ้งหยาร้องออกมาอย่างคนหยิ่งยโส แต่นางกลับพูดอะไรไม่ออก ใบหน้าของนางแดงเถือก ไร้ซึ่งท่าทางสุขุมเย็นชา
“พวกเราไม่ได้ยิ้มนะเจ้าคะ ดูซิ ดูซิ ไม่รู้ว่าเมื่อกี้ใครกันที่กอดรัดฟันเหวี่ยงกับท่านอ๋องต่อหน้าทุกคน….” ป๋ายซ่าวที่เป็นคนมีอุปนิสัยร่าเริงส่งเสียงหวานใส
นิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างหันชนกันก่อนจะงอลงเล็กน้อยอย่างคลุมเครือ เพียงได้เห็นก็รู้ว่ากำลังเอ่ยแซวหลินเมิ้งหยาและหลงเทียนอวี้
“เด็กบ้า หากเจ้าพูดจาเลื่อนเปื้อน ข้าจะฉีกปากเจ้า!”
ทั้งที่รู้ว่าคำพูดของตนเองในเวลานี้ไร้ซึ่งความน่าเกรงขาม แต่หลินเมิ้งหยากลับแสดงท่าทาง