เสียงร้องไห้ของสาวใช้ทำให้สติของหลินเมิ้งหยากลับมา
มองดูสาวใช้ที่กำลังร้องห่มร้องไห้ประหนึ่งสาวเจ้าน้ำตา คิ้วของหลินเมิ้งหยาขมวดเข้าหากัน ทว่าสายตากลับไร้ซึ่งความหวาดกลัว
“นายหญิง ในเมื่อเรื่องเป็นเช่นนี้แล้ว ท่านอย่าได้ทำให้ตัวเองลำบากเพราะข้าอีกเลย ชีวิตของป๋ายจื่อนั้นสั้นนัก ข้าไม่อาจอยู่รับใช้นายหญิงไปได้ตลอดชีวิต ข้าป๋ายจื่อยอมตาย แต่ข้าขอร้องพวกเจ้า…อย่าได้ทำร้ายคุณหนูของข้า”
ป๋ายจื่อปล่อยให้หยาดน้ำตารินไหล จะมีใครบ้างที่ไม่กลัวตาย?
แต่อย่างน้อยขอให้พวกเขาอย่าได้ทำร้ายคุณหนูของนางเลย สิ่งที่นางพอจะทำได้ก็คือสังเวยชีวิตของตนเองเพียงเท่านั้น
“เด็กโง่ ชีวิตคนไม่ต่างอะไรจากเปลวเทียนที่ดับลง แม้ความตายของเจ้าจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจได้แล้วอย่างไรเล่า? หมู่เฟย เงินหายไปเพียงห้าสิบตำลึงเท่านั้น แม้ป๋ายจื่อจะเป็นเพียงสาวใช้ แต่นางก็คือคนที่มีชีวิตจิตใจ ฉะนั้นหม่อมฉันหวังว่าพระองค์จะพิจารณาใหม่อีกครั้ง อย่าปล่อยให้สาวใช้ของหม่อมฉันถูกใส่ร้ายง่ายๆ เลยเพคะ”
หลินเมิ้งหยาเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา
พระสนมเต๋อเฟยครุ่นคิด ก่อนจะหันไปมองหยุนลั่ว
นางเห็นสาวใช้ที่ก้มหน้าลงด้วยความเคารพเสมอเงยหน้าขึ้นแล้วส่งยิ้มเล็กน้อย
มั่นใจแล้วว่าไม่ว่าอย่างไรก็ตาม หลินเมิ้งหยาไม่อาจพลิกสถานการณ์ได้อย่างแน่นอน ดังนั้นพระสนมเต๋อเฟยจึงส่งเสียงเห็นด้วย
“ได้ ในเมื่อพระชายาเอ่ยเช่นนี้ ฉะนั้นเปิ่นกงจะมอบโอกาสให้ป๋ายจื่อพิ