สูจน์ตัวเอง เข้ามา นำนางไปขังไว้ ห้ามมิให้ใครเข้าใกล้โดยไม่ได้รับอนุญาต เมิ้งหยา เปิ่นกงจะให้โอกาสเจ้าสามวัน หากเจ้ายังหาหลักฐานมาไม่ได้ เช่นนั้นก็อย่าใช้ความรู้สึกส่วนตัวของเจ้าตัดสินเรื่องนี้อีกเลย”
พระสนมเต๋อเฟยยังคงรักษาท่วงท่าสง่างาม ทว่าสายตาที่มองมามิต่างอะไรจากงูพิษ
หลินเมิ้งหยามองตามป๋ายจื่อที่ถูกจับตัวออกไป โค้งตัวเพื่อถวายคำนับเป็นการขอบคุณ
“เปิ่นกงเหนื่อยแล้ว วันนี้พอแค่นี้ก่อน จิ้งเยว่ ประคองเปิ่นกงกลับห้อง”
ส่งสายตาเย็นชาไปทางลูกชายและลูกสะใภ้อีกครั้ง จิ้งเยว่ประคองพระสนมเต๋อเฟยกลับไปยังห้องนอน
ทุกคนเดินตามนางไปทางด้านหลัง ดังนั้นห้องนี้จึงกลับมาว่างเปล่า
ทว่าป๋ายซ่าวที่มีความสัมพันธ์อย่างสนิทแนบแน่นกับนางกลับเลือกที่จะเงียบแล้วเดินตามหลังพระสนมเต๋อเฟยไป
“นายหญิง”
เมื่อไม่ถูกจับตัวเอาไว้ ป๋ายซูและป๋ายจีรีบวิ่งเข้ามาหาหลินเมิ้งหยาทั้งน้ำตา
“ไม่เป็นไร ไม่ต้องร้อง กลับตำหนักหลิวซินก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
ที่นี่คือตำหนักหยาเสวียน ดังนั้นจึงมีคนของพระสนมเต๋อเฟยคอยสอดส่องดูแล ดังนั้นคำถามทุกอย่างจึงถูกเก็บไว้ในกระเพาะ
“ท่านอ๋องจะกลับไปพร้อมกับหม่อมฉันหรือไม่เพคะ?”
นับตั้งแต่ตอนที่หลงเทียนอวี้เข้ามายืนเคียงข้างนาง หัวใจของนางก็รู้สึกอบอุ่นเหลือเกิน
ตอนแรกคิดว่าหากต้องเลือกระหว่างนางและพระสนมเต๋อเฟย เขาจะต้องยืนข้างมารดาของตัวเองอย่างแน่นอน
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะปกป้องตนเอง
หลงเ