แม้ว่าเปลวเพลิงเผาไหม้หลักฐานทุกอย่างจนกลายเป็นเถ้าธุลี แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงหลงเหลือหลักฐานชิ้นหนึ่ง
หลินเมิ้งหยาหยิบดาบเล่มยาวของชิงหูขึ้นมา ก่อนจะใช้มันเขี่ยไปมาในกองเถ้าถ่าน
“เฮ้อ เจ้าเด็กน้อย ดาบเล่มนั้นของข้าแพงมากเลยนะ”
ชิงหูมองดาบของตนเองอย่างเจ็บปวดใจ เขาต้องทุ่มเงินมหาศาลในการจ้างวานช่างตีเหล็กฝีมือดีตีมันขึ้นมา
ปกติไม่มีใครแตะต้องมันได้
คิดไม่ถึงเลยว่าหลินเมิ้งหยาจะนำมันมาเขี่ยขี้เถ้าเช่นนี้
“ก็ได้ เช่นนั้นคืนให้เจ้า”
หลินเมิ้งหยาโยนดาบคืนให้ชิงหู นางคิดจะใช้มือขุด
มองดูมือนุ่มนิ่มคู่นั้นกับดาบสุดรักสุดหวงของตนเอง ชิงหูไม่ลังเลเลยที่จะเลือกมือคู่นั้น
ก่อนจะเอ่ยเหมือนสุนัขหางหด
“ต่อให้แพงขนาดไหน แต่ถ้าไม่เอามาใช้ก็คงไม่คุ้ม ไม่เป็นไรหรอก เชิญเจ้าตามสบายเลย”
หลินเมิ้งหยาแอบหัวเราะ นางรู้อยู่แล้วว่าชิงหูจะต้องไม่มีทางปล่อยให้นางทำเช่นนั้นแน่
ใช้ดาบขุดคุ้ยหาสิ่งที่ต้องการ พวกเขาจะต้องไม่พกถังใส่น้ำมันไปด้วยอย่างแน่นอน
ขอบคุณสวรรค์ที่ยังมีเมตตา ถังน้ำมันและตะบันจุดไฟยังคงไม่ถูกเผามอดไหม้ไปจนหมด
“ด้านบนจะต้องมีสัญลักษณ์ของร้านขายน้ำมันอย่างแน่นอน ขอเพียงพวกเราตรวจสอบดูก็จะรู้ได้ในทันทีว่าใครเป็นคนซื้อไป อีกอย่าง การขนน้ำมันเข้ามาในค่ายทหารเช่นนี้จะต้องมีคนสังเกตเห็นอย่างแน่นอน”
เมื่อครู่หลินเมิ้งหยาบอกให้พี่ชายของตนเองไปสร้างขวัญกำลังใจเหล่าหัวหน้าแม่ทัพนายกองทั้งหลายเพื่อให้พว