เฉินไปแล้ว ฉะนั้นพวกเขาจึงพยายามเป่าหูหลงชิงหาน
พวกเขาพยายามดึงฟืนออกจากใต้หม้อ ดูเหมือนเขาจะประมาทพวกเขาจนเกินไป!
“ข้า…”
หลงชิงหานไม่ได้โง่ อีกทั้งยังมิใช่คนขลาดเขลา
มองตามพี่สามที่เดินจากไป เขาอ้าปากค้าง แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา
ทันใดนั้นสติสัมปชัญญะของตนเองพลันตื่นขึ้น
เขากำลังถูกคนอื่นหลอกใช้
ป๋ายหลี่อู๋เฉินมีความสามารถในการโน้มน้าวจิตใจผู้อื่น หากไม่เป็นเช่นนี้แล้วล่ะก็ เขาคงไม่มองว่าหลินเมิ้งหยาเป็นหินขวางทาง
จะว่าไปเรื่องนี้ก็แปลก
หันไปมองทางหลินเมิ้งหยาที่เดินจากไป หลงชิงหานครุ่นคิดบางอย่าง
“คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะหาเบาะแสเจออย่างรวดเร็วเช่นนี้ หากท่านพ่อรู้จะต้องรั้งเจ้าไว้ข้างกายมิยอมปล่อยไปไหนอย่างแน่นอน”
หลินหนานเซิงมองดูสิ่งของสองอย่างตรงหน้า เขารู้สึกประหลาดใจจนพูดไม่ออก
เขาจำคำพูดของท่านพ่อได้ แม่ของพวกเขาเป็นหญิงที่มีสติปัญญาเป็นหนึ่ง
แต่เขาคิดไม่ถึงเลยว่าความฉลาดเฉลียวนั้นจะถูกส่งต่อมายังน้องสาวของเขา
“ข้าไม่เอาด้วยหรอก! ต้องระหกระเหินเดินดินกินกลางป่า ข้าขอเป็นชายาอวี้ต่อไปดีกว่า เอาล่ะท่านพี่ ตอนนี้เรื่องราวคลี่คลายเรียบร้อยแล้ว ข้าควรจะกลับไปได้แล้วเช่นกัน”
มิใช่เรื่องดีที่นางบุกเข้ามาในค่ายทหารเช่นนี้
หากยังอยู่ที่นี่ต่อไปแล้วล่ะก็ เกรงว่าจะถูกผู้มิหวังดีนำเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างได้
ยิ่งไปกว่านั้น แค่เรื่องลอบสังหารและวางเพลิงก็ทำให้พี่ชายปวดหัวมากเพียงพอแล้ว
นางมิอา