้กลับมองเห็นบาดแผลที่แขน
ยิ่งไปกว่านั้น บนเสื้อผ้าและใบหน้ามีคราบเลือดติดอยู่
“หม่อมฉันไม่เป็นไรเพคะ ท่านอาจารย์มอบยาให้หม่อมฉันพกติดตัวเอาไว้ ตอนนี้เลือดหยุดไหลแล้วเพคะ”
หลินเมิ้งหยายกแขนของตนเอง ผลปรากฏว่าบาดแผลตรงแขนมีผงยาสีขาวทาทับเอาไว้แล้ว
หลงเทียนอวี้พยักหน้า ตอนนี้คงทำได้เพียงเท่านี้
“ต่อจากนี้ไปอย่านำยาที่ป๋ายหลี่รุ่ยให้เจ้าออกมาใช้ง่ายๆ อีก”
ยาพิษเปรียบเสมือนอาวุธสังหารในสายตาของศัตรู
แต่ในสายตาผู้อื่นกลับเป็นเสมือนโอกาสอันดีที่ไม่อาจเสียไป
เขาไม่ปฏิเสธหรอกว่าสาเหตุที่พาตัวป๋ายหลี่รุ่ยมาก็เพราะต้องการใช้ประโยชน์จากสติปัญญาของเขา
แต่ตอนนี้เขาอยากใช้ความสามารถของตนเอง
“หม่อมฉันจะทำเช่นนั้นเพคะ วันนี้เพียงแค่ตกอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินก็เท่านั้น”
เขากำลังตำหนินางหรือ? หลินเมิ้งหยาอดที่จะรู้สึกน้อยใจไม่ได้
ที่ตอนแรกนางไม่ใช้ก็เพราะกลัวจะทำให้คนของตัวเองบาดเจ็บ ฉะนั้นนางจึงรีบพลิกสถานการณ์แล้วดึงความสนใจพวกชายชุดดำเข้าไปในป่า ก่อนจะใช้ยาพิษชนิดนี้
อีกอย่าง แม้นางจะลงมืออย่างอำมหิต ทว่านางก็ยังมีสติมากพอที่จะไว้ชีวิตศัตรูเอาไว้
ทว่าเมื่อฟังจากน้ำเสียงของหลงเทียนอวี้แล้ว ดูเหมือนเขากำลังตำหนินางอย่างไรอย่างนั้น
ดูเหมือนความหวังดีจะกลายเป็นความประสงค์ร้ายไปเสียแล้ว นางก็แค่กลัวทุกคนจะได้รับบาดเจ็บแต่เพียงเท่านั้น
เมื่อพวกเขาโผล่มายังถนนอีกสายหนึ่ง เริ่มมองเห็นผู้คนประปราย
พวกเขามิได