สีหน้าของชิงหูเปี่ยมไปด้วยความสงสัย
นักฆ่ามีสัญชาตญาณในการระวังภัยเป็นดั่งพรสวรรค์ ทุกสถานที่ที่เงียบสงัดล้วนมีแผนร้ายแฝงอยู่
เขาแอบขี่ม้ารั้งท้าย ก่อนจะผลุบหายเข้าไปบริเวณต้นไม้ด้านข้างโดยไม่มีใครสงสัย
หากเป็นเพียงอันธพาลกลุ่มเล็กๆ เขาลอบจัดการด้วยตัวคนเดียวก็เพียงพอ
คนทั้งหมดยังคงมุ่งไปข้างหน้า ทว่าหัวใจของหลินเมิ้งหยากลับรู้สึกกระวนกระวาย
นางชำเลืองมองหลงเทียนอวี้ แต่ทำได้เพียงกลืนความสงสัยลงไป
เหตุใดหญ้าชิงหลิงจึงถูกนำไปใช้กับฮ่องเต้? สมุนไพรชนิดนี้ใช้ได้ผลกับอาการโดนวางยาเท่านั้น นางมิเคยได้ยินมาก่อนว่ามันได้ผลดีในการบำรุงร่างกาย
ยิ่งไปกว่านั้น ทุกครั้งที่อาจารย์พูดถึงยาสมุนไพรชนิดนี้ เขามักบอกเสมอว่ามันใช้ได้ดีกับการถอนพิษ
บางทีนางกับอาจารย์อาจเป็นเพียงกบในกะลา
ถึงอย่างไรฮ่องเต้ก็มีความสำคัญเป็นอันดับหนึ่งต่อบ้านเมือง เรื่องนี้ค่อนข้างใหญ่หลวง หากไม่มีหลักฐานก็ไม่ควรพูด
“จับให้แน่น”
สีหน้าของหลงเทียนอวี้ยิ่งเคร่งเครียดขึ้นเรื่อยๆ
ครู่ต่อมา หลินเมิ้งหยากอดคอม้าเอาไว้แน่น
เห็นเพียงม้าที่พวกเขาขี่อยู่ยกขาหน้าแล้วกระโดดขึ้นสูง
ม้าที่กระโดดตามหลังไม่เก่งเท่าม้าของหลงเทียนอวี้ จึงล้มลงบนพื้น
เหล่าทหารได้รับบาดเจ็บกันหลายคน
“รั้วหนาม! เหตุใดจึงมีสิ่งนี้?”
หลงเทียนอวี้บังคับม้าให้หยุดลง กวาดสายตาเย็นชาไปรอบๆ
เขาคาดเดาไว้อยู่แล้วว่าการมาเก็บยาในคราวนี้จะต้องไม่ราบรื่น แต่คิดไม่ถึงเลยว