“ข้าขอไปดูหน่อย อีกเดี๋ยวจะกลับมา”
หลงเทียนอวี้ครุ่นคิด เขาตัดสินใจไปถามหาความจากหลงชิงหานให้ชัดเจน
“ไปเถิดเพคะ”
หลินเมิ้งหยาที่กินจนอิ่มแปล้แล้วมิได้สนใจอะไรมากนัก
ส่วนสาวใช้ที่รับเงินรางวัลมา ตอนนี้พวกนางพากันไปเล่นไพ่เรียบร้อยแล้ว
นางรู้สึกเสียใจเล็กๆ ที่สอนการพนันเหล่านี้ให้คนในตำหนักของตนเอง
“ท่านอ๋อง ท้องฟ้ายิ่งมืดเมื่อหิมะตก เช่นนั้นนำโคมไฟติดมือไปด้วยเถิดเพคะ”
หลินเมิ้งหยาส่งโคมไฟของตนเองให้กับหลงเทียนอวี้ ท่าทางของนางดูเป็นธรรมชาติ ไร้ซึ่งความเคอะเขิน
ราวกับเป็นเรื่องที่นางพึงกระทำ
“อืม ข้าไปเดี๋ยวเดียวแล้วจะกลับมา”
หลงเทียนอวี้มองดูบรรยากาศคึกครื้นสนุกสนานในตำหนัก เขาอดคิดไม่ได้ว่านี่ต่างหากคือบ้านที่แท้จริง
ถือโคมไฟออกจากตำหนักหลิวซิน นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกถึงคำว่าไม่อยากแยกจาก
“ท่านอ๋อง องค์ชายเจ็ดนำรายงานลับของทหารมาส่งมอบให้ เป็น…เป็นรายงานที่เกี่ยวข้องกับพี่ชายของพระชายาพ่ะย่ะค่ะ”
พ่อบ้านเติ้งที่คอยรับใช้อยู่ข้างกายรีบเดินเข้ามาหา ก่อนจะกระซิบเสียงเบา
“อะไรนะ?”
คิ้วของหลงเทียนอวี้ขมวดแน่น เรื่องนี้เกี่ยวกับหลินหนานเซิง?
“ส่วนใจความสำคัญ ข้าน้อยคิดว่าพระองค์ถามจากองค์ชายเจ็ดเองเถิดพ่ะย่ะค่ะ องค์ชายกำลังรออยู่ที่ห้องอ่านหนังสือพ่ะย่ะค่ะ”
หลงเทียนอวี้รีบมุ่งหน้าไปยังห้องอ่านหนังสือ คนที่รอเขาอยู่ในห้องนั้นคือองค์ชายเจ็ดหรือหลงชิงหานที่ไม่ได้เจอกันมานาน
“เกิดเรื่องท