ึงยอมรับเจ้าเป็นลูกศิษย์”
หยุนจู๋ลูบไล้ใบหน้าของตนเอง ก่อนจะแสดงความเห็นด้วย
“เขาเป็นฝ่ายขอร้องข้าต่างหาก มิเช่นนั้นข้าจะยอมไปเป็นลูกศิษย์เขาหรือ?”
หลินเมิ้งหยาตั้งใจพูดถึงอาจารย์ของตนเองด้วยท่าทางประหนึ่งว่า “อันที่จริงนางไม่อยากข้องเกี่ยวกับเขา” ก่อนจะโบกมือไปมา
“นิสัยเช่นนี้ของเจ้าจะต้องทำให้อารมณ์ของเขาพุ่งปรี๊ดอย่างแน่นอน”
หลินเมิ้งหยาพยักหน้า หยุนจู๋พูดถูก
นับตั้งแต่วันที่เขารับนางเป็นศิษย์ ท่านอาจารย์มักจะถลึงตาใส่นาง อีกทั้งยังพูดอีกว่าจะทำให้นางอายุสั้นลง
ช่วยไม่ได้ เขาแก่แล้ว อารมณ์จึงขึ้นๆ ลงๆ
“ฮ่าๆ เจ้าเด็กคนนี้นี่ น่ารักเหลือเกิน การที่เขามีลูกศิษย์เช่นเจ้าได้ นั่นแสดงว่าเขามีคนที่จะสืบทอดวิชาต่อแล้ว”
แม้แต่หลินเมิ้งหยายังคิดไม่ถึงว่าหยุนจู๋จะเอ่ยถึงอาจารย์ขึ้นมาเอง
ตอนแรกนางคิดว่าพวกเขาทั้งคู่จะไม่ญาติดีกันไปตลอดชีวิตเสียแล้ว
“เจ้ายังโกรธอาจารย์หรือไม่?”
หลินเมิ้งหยาเลียบๆ เคียงๆ ถาม สีหน้าของหยุนจู๋สับสน
ท้ายที่สุดนางก็ส่ายหน้า
“ข้ามิอาจปล่อยวางเรื่องในอดีตได้ บางทีอาจเพราะพิษในร่าง ดังนั้นข้าจึงเสมือนตกอยู่ในฝันร้าย มีเพียงความแค้นเท่านั้นที่ทำให้ข้ายังคงสติอยู่ ทว่าตอนนี้ข้ามิได้เกลียดเขามากขนาดนั้นแล้ว จะว่ารักก็ไม่ใช่ เกลียดก็ไม่เชิง ที่ผ่านมาล้วนเป็นความหลงใหล ความรักที่ผ่านมาทำให้ข้ารู้สึกว่าข้าได้ใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าแล้ว”
หลินเมิ้งหยาพิศมองหยุนจู๋ อันที่จริงนา