งรู้สึกว่าหยุนจู๋กับอาจารย์เป็นคนประเภทเดียวกัน
พวกเขาล้วนมีความหยิ่งทะนงในตนเอง แต่ถึงกระนั้นก็เป็นคนมีพรสวรรค์ที่ทำให้ผู้อื่นให้ความเคารพ
อีกทั้งยังยอมละทิ้งทุกอย่างเพื่อความรัก
แม้กระทั่งตอนนี้ก็มิได้หมายความว่าหมดรักแล้ว แต่พวกเขาต่างรู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่คิดที่จะทอดทิ้งความรักนี้ไป
บางทีพวกเขาอาจซ่อนเอาไว้ในส่วนที่ลึกที่สุดของหัวใจ
บางทีนี่อาจเป็นความรักอย่างหนึ่ง
“เท่าที่ข้ารู้จักอาจารย์ บางทีตอนแรกอาจเป็นเพียงเรื่องเข้าใจผิด เขา…”
หลินเมิ้งหยายังคงรู้สึกว่าควรจะโน้มน้าวทั้งคู่ให้แก้ปมในใจ
คิดไม่ถึงเลยว่าหยุนจู๋จะพูดขัดขึ้น
“อย่าพูดอีกเลย ตอนแรกมันอาจเป็นเพียงการเข้าใจผิด แต่ถึงกระนั้นก็ผ่านมานานแล้ว ความเข้าใจผิดกลับกลายเป็นเรื่องจริง ข้าใช้เวลานานหลายปีกว่าจะยอมรับความจริงได้ ข้าไม่อยากใช้เวลาอีกหลายปีในการทำใจยอมรับผลลัพธ์อื่นอีกหรอก จงกลับไปบอกอาจารย์ของเจ้าเถิด ข้าไม่โกรธเขาแล้ว”
ความใจกว้างของหยุนจู๋อยู่นอกเหนือความคาดหมายของหลินเมิ้งหยา
คำว่าให้อภัยเพียงคำเดียว แต่กลับช้าไปนานหลายปี ไม่รู้ว่าท่านอาจารย์รอคอยคำคำนี้มานานเพียงไหน
“วางใจเถิด ข้าจะไปบอกเขาเอง”
เมื่อได้ยินคำมั่นจากหลินเมิ้งหยา หยุนจู๋พยักหน้า ก่อนจะหมุนตัวแล้วหายไปในความมืด
“พี่สาวมานี่เร็วเข้า ป๋ายจื่อขี้โกง ไม่ยอมให้เงินข้า”
ภายในห้อง จู่ๆ หลินจงอวี้ก็ร้องออกมา
ด้านหลัง ป๋ายจื่อส่งเสียงขุ่นเคืองตามออกมา
“ข้าโ